สหภาพยุโรป(EU) ส่งสัญญาณอาจเดินหน้าปรับกฎ ‘MiCA’ พร้อมเปิดทางสู่กฎฉบับใหม่ที่ถูกเรียกกันไม่เป็นทางการว่า ‘MiCA 2’ เพื่อให้กรอบกำกับดูแล ‘คริปโต’ ทันต่อโครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในมุมการคุ้มครองผู้ลงทุนและการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ที่งานปารีส บล็อกเชน วีค(PBW) 2026 ปีเตอร์ เคอร์สเทนส์ ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การเปลี่ยนผ่านดิจิทัล และไซเบอร์ซีเคียวริตี ฝ่ายบริการการเงินของคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงว่าจะเริ่มกระบวนการทบทวนกฎระเบียบ ‘มิก้า(MiCA)’ และเตรียมเปิด ‘รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ’ อย่างเป็นทางการ เขาระบุว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะมุ่งดูว่า ‘กฎ MiCA’ ทำงานได้จริงกับผู้เล่นในตลาดหรือไม่ และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้เพียงใด
เคอร์สเทนส์ย้ำว่าการทบทวนครั้งนี้ไม่ได้เกิดจาก “ระบบที่พัง” แต่เพราะตลาดคริปโตในยุโรปเข้าสู่ระยะที่ ‘สุกงอม’ มากขึ้น โครงสร้างอุตสาหกรรมไม่เหมือนตอน MiCA ถูกออกแบบใหม่ ๆ จากเดิมที่มีสินทรัพย์ไม่กี่ตัวที่มีมูลค่าตลาดมหาศาล และโทเคนขนาดเล็กจำนวนมาก แต่ปัจจุบันระบบนิเวศมีความซับซ้อน และมีผู้เล่นประเภทใหม่ ๆ รวมถึงโมเดลธุรกิจที่หลากหลายกว่าเดิม
เขาระบุว่า “เราไม่สามารถทำนายอนาคตได้” แต่ยกตัวอย่างว่ากฎหมายการเงินของ EU ส่วนใหญ่ ‘พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน’ มาโดยตลอด ดังนั้นการจะเห็น ‘MiCA 2’ ในอนาคตจึงไม่ใช่เรื่อง “ผิดปกติ” แต่อย่างใด อีกทั้งในตัวกฎหมาย MiCA เองก็ระบุเงื่อนไขให้คณะกรรมาธิการยุโรปรายงานผลการบังคับใช้และทบทวนกรอบกฎหมายภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2027 ไว้อยู่แล้ว
หนึ่งในจุดที่น่าจับตาคือ ‘น้ำหนักเสียงของผู้เล่นในอุตสาหกรรม’ ที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในรอบนี้ เคอร์สเทนส์ระบุว่าการรับฟังความคิดเห็นจะเปิดแบบ “ไร้ข้อห้าม” ให้ทั้งบริษัทคริปโต ผู้ให้บริการการเงินแบบดั้งเดิม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เสนอได้เต็มที่ว่า กฎข้อใดควร ‘ขยาย’, ข้อใดควร ‘ผ่อนปรนหรือปรับจูน’ และข้อใดควร ‘คงไว้ตามเดิม’ โดยหวังให้ตลาดเป็นผู้ส่งสัญญาณโดยตรงต่อผู้กำกับดูแล “ความคิดเห็น” การโยนลูกกลับไปให้ผู้เล่นในตลาดลักษณะนี้ อาจทำให้ MiCA 2 หากเกิดขึ้นจริง มีความเป็น ‘ภาคปฏิบัติ’ สูงขึ้น และลดช่องว่างระหว่างกฎหมายกับรูปแบบธุรกิจที่ล้ำหน้าไปไว
ท่าทีล่าสุดของ EU ยังสะท้อนแรงกดดันรอบด้านต่อการใช้งานจริงของ MiCA ที่เพิ่งเริ่มบังคับใช้ได้ไม่นาน ฝั่งผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ เซอร์เคิล(Circle) ได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อเดือนที่แล้ว ขอให้ปรับแก้แพ็กเกจว่าด้วยการบูรณาการตลาดการเงินของ EU ในส่วนที่ ‘จำกัดเพดาน’ การใช้สเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงสกุลเงินยูโรเพื่อการชำระเงิน โดยมองว่ากรอบปัจจุบันอาจบีบการใช้งานจริงและขัดกับเป้าหมายการผลักดันยูโรดิจิทัลและนวัตกรรมการชำระเงิน
อีกประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนคือข้อเสนอให้โอนอำนาจกำกับดูแลบริษัทคริปโตรายใหญ่บางส่วนจากหน่วยงานกำกับระดับชาติ ไปสู่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดยุโรป(ESMA) เพื่อเพิ่ม ‘เอกภาพ’ ในการบังคับใช้ MiCA ทั่วทั้ง EU เนื่องจากปัจจุบันยังมีความกังวลว่าการตีความและการบังคับใช้ข้อกำหนดอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศสมาชิก จนเสี่ยงเกิด ‘ช่องโหว่กำกับดูแล’ และความไม่เท่าเทียมทางการแข่งขัน
โดยรวมแล้ว การที่ EU เปิดทบทวน MiCA ในครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนว่ากฎกำลังสั่นคลอนหรือถอยหลัง หากแต่เป็นความพยายาม ‘รีเทียบกรอบกฎหมาย’ ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่โตเร็วและซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ ‘ความคิดเห็น’ หากขนาดตลาดและจำนวนผู้ใช้งานคริปโตยังเดินหน้าขยายตัวต่อไป ความคาดหวังต่อ ‘คุณภาพและความยืดหยุ่น’ ของกรอบกำกับดูแลอย่าง MiCA — หรือ MiCA 2 ในอนาคต — ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย พร้อมกันนั้น บทบาทของ EU ในฐานะผู้นำด้านมาตรฐานกฎเกมคริปโตระดับโลก ก็จะถูกจับตากว่าที่เคย
ความคิดเห็น 0