แพลตฟอร์มเดลิเวอรีรายใหญ่ ‘ดู어แด시(DoorDash)’ เดินหน้าผลักดันระบบชำระเงินด้วย ‘สเตเบิลคอยน์’ เปิดทางให้ผู้ใช้ ลูกจ้างเดลิเวอรี และร้านค้าพันธมิตรสามารถทำธุรกรรมด้วยดิจิทัลดอลลาร์ได้โดยตรง ท่ามกลางการแข่งขันด้าน ‘การชำระเงินและการเคลียร์ยอดแบบความเร็วสูง’ ที่กำลังร้อนแรงในอุตสาหกรรมการชำระเงินทั่วโลก
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลจาก เทมโปบล็อกเชน(Tempo Blockchain) ระบุว่า ดู어แดชกำลังร่วมมือกับเทมโปเพื่อพัฒนา ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์’ หากโครงการนี้ถูกนำมาใช้จริง ผู้ใช้ นักขับส่งอาหารที่เรียกว่า ‘แดชเชอร์(Dasher)’ และร้านค้าที่เข้าร่วม จะสามารถรับ–จ่ายชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลได้ในกว่า 40 ประเทศ เทมโปให้เหตุผลว่า สเตเบิลคอยน์ช่วยให้ ‘การโอนเงินรวดเร็วขึ้น ต้นทุนการโอนข้ามประเทศต่ำลง และเพิ่มความยืดหยุ่นในการชำระเงิน’
แอนดี หวัง(Andy Wang) ผู้ร่วมก่อตั้งดู어แดช กล่าวว่าหากร้านค้าและแดชเชอร์ “ได้รับเงินเร็วขึ้นในต้นทุนที่ถูกลง นั่นย่อมเป็น ‘ทางเลือกที่ชัดเจน’ สำหรับระบบนิเวศทั้งหมด” ‘ความคิดเห็น’ ท่าทีนี้สะท้อนว่าดู어แดชไม่ได้มองสเตเบิลคอยน์แค่ตัวเลือกการจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง แต่ต้องการนำมาผูกกับ ‘โครงสร้างการดำเนินงานหลัก’ ของแพลตฟอร์มเดลิเวอรีโดยตรง ซึ่งอาจเปลี่ยนวิธีการรับ–จ่ายเงินทั้งระบบ
ความเคลื่อนไหวของดู어แดชถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่เทมโปพยายามขยายตลาดสเตเบิลคอยน์ ร่วมกับแพลตฟอร์มชำระเงินสากลอย่าง สไตรป์(Stripe) บริษัทลงทุนชั้นนำอย่าง แพราไดม์(Paradigm) สถาบันการเงินอย่าง โคสทัลแบงก์ และฟินเทค ARQ การที่แพลตฟอร์มที่มี ‘ธุรกรรมในชีวิตประจำวัน’ ปริมาณมหาศาลอย่างดู어แดช หันมาเชื่อมต่อรางการชำระเงินด้วยดิจิทัลดอลลาร์ จึงถูกมองว่ามีน้ำหนักเชิงสัญลักษณ์ต่ออุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก
ดู어แดชเปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ปี 2025 บริษัทประมวลผลคำสั่งซื้อแล้วกว่า 903 ล้านออเดอร์ มูลค่าธุรกรรมรวมแตะ 29.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 มีกำหนดประกาศในวันที่ 6 เดือนหน้า ‘ความคิดเห็น’ ตลาดจับตาว่า ในการแถลงผลประกอบการรอบนี้ ผู้บริหารดู어แดชจะเปิดรายละเอียดเชิงรูปธรรมของโมเดลธุรกิจที่เชื่อมกับสเตเบิลคอยน์อย่างไร เช่น จะเริ่มทดลองในบางประเทศหรือบางกลุ่มผู้ใช้งานก่อน หรือจะเปิดให้เป็นตัวเลือกหลักของผู้ส่งอาหารและร้านค้าทันที
ในภาพรวมอุตสาหกรรมการชำระเงิน การขยาย ‘อินฟราสเตเบิลคอยน์’ กำลังเดินหน้าอย่างชัดเจน สไตรป์ตัดสินใจเข้าซื้อแพลตฟอร์มสเตเบิลคอยน์ ‘บริดจ์(Bridge)’ มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 เพื่อเร่งการเชื่อมต่อระหว่างการชำระเงินดั้งเดิมกับดิจิทัลดอลลาร์ ขณะที่ วีซา(Visa) และมาสเตอร์การ์ด(Mastercard) ก็เร่งลงทุนและเข้าซื้อกิจการด้านแพลตฟอร์มชำระเงินและระบบเคลียร์ริ่งที่รองรับสเตเบิลคอยน์เช่นกัน
เมื่อผู้เล่นรายใหญ่ในระบบการชำระเงิน เริ่มขยับจากโครงสร้าง ‘บัญชีธนาคาร–เครือข่ายบัตร’ มาสู่ ‘โครงสร้างการเคลียร์ยอดบนดิจิทัลดอลลาร์’ มากขึ้น สเตเบิลคอยน์จึงถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็น ‘มาตรฐานใหม่ของการชำระเงิน’ โดยเฉพาะในธุรกรรมข้ามประเทศและธุรกรรมปริมาณมากในชีวิตประจำวัน ซึ่งการเข้าร่วมของแพลตฟอร์มอย่างดู어แดชยิ่งเร่งให้การแข่งขันด้าน ‘โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบความเร็วสูง’ เข้มข้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0