แจ็ค มัลเลอร์สชี้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ คือทางเลือกใหม่ของการชำระเงิน แทนระบบบัตรที่เต็มไปด้วย ‘ค่าธรรมเนียม’ และโครงสร้างผูกขาดของธนาคารขนาดใหญ่ พร้อมย้ำว่าบิตคอยน์ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เก็บมูลค่า แต่คือเครือข่ายการโอนเงินและการชำระเงินที่เปิดกว้างและต้นทุนต่ำกว่า
เมื่อวันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ในงาน ‘Bitcoin 2026 Conference’ แจ็ค มัลเลอร์ส(Jack Mallers) ซีอีโอ ทเวนตีวันแคปิตอล(21.co) วิจารณ์ระบบบัตรเครดิตที่ขับเคลื่อนโดยวีซา(Visa) และมาสเตอร์การ์ด(Mastercard) ว่าเป็นโครงสร้างที่ “ผูกขาด” และผลักภาระ ‘ค่าธรรมเนียม’ ไปให้ร้านค้าอย่างไม่เป็นธรรม เขาระบุว่าค่าธรรมเนียมบัตรอยู่ในช่วงราว 3–5% และภาระนี้ไปตกอยู่ที่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหาร และร้านค้าท้องถิ่นเป็นหลัก
มัลเลอร์สกล่าวว่าเครือข่ายบัตร “ผูกมัดผู้ใช้และร้านค้าให้อยู่ในตำแหน่งที่บริษัทต้องการ” โดยในจุดชำระเงิน ระบบจะ “บีบให้ผู้บริโภคเลือกใช้บัตร” เพื่อให้อยู่ในกรอบของเครือข่ายเดิม เขามองว่าร้านค้าถูกทำให้เป็นเหมือน “ตัวประกัน” ที่จำเป็นต้องยอมรับต้นทุนดังกล่าว เพื่อแลกกับการเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิต
ในมุมของเขา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ควรถูกมองเป็นโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน มากกว่าจะเป็นเพียงทองคำดิจิทัลสำหรับเก็บมูลค่า เขาเปรียบเทียบทองคำว่าเหมาะกับการเก็บรักษา แต่มีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนย้ายและการใช้งาน ในขณะที่บิตคอยน์สามารถโอนข้ามพรมแดนได้รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำกว่า จึงเหมาะทั้งการโอนเงินและการชำระค่าสินค้าและบริการ
มัลเลอร์สยังอธิบายว่าทำไมผู้คนจำนวนมากยังไม่ใช้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในชีวิตประจำวัน เหตุผลสำคัญคือมุมมองต่อมูลค่าในอนาคต เขาชี้ว่าเงินดอลลาร์ถูกมองว่า “ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งมีค่าน้อยลง” ขณะที่บิตคอยน์มีอุปทานจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ทำให้หลายคนเชื่อว่าราคาอาจสูงขึ้นในระยะยาว ผู้คนจึงเลือก “ใช้เงินที่คิดว่าพรุ่งนี้จะด้อยค่า” อย่างดอลลาร์ และ “เก็บเงินที่คิดว่าพรุ่งนี้จะแพงขึ้น” อย่างบิตคอยน์ ส่งผลให้บิตคอยน์ถูกถือครองมากกว่านำไปใช้จ่ายจริง
‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนโจทย์สำคัญของบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ที่ต้องการเปลี่ยนภาพจาก “ของที่เก็บไว้” ไปสู่ “ของที่นำมาใช้จ่าย” ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของบิตคอยน์ในฐานะระบบเงินรูปแบบใหม่
ด้านตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ เคลื่อนไหวบริเวณ 77,219 ดอลลาร์ต่อเหรียญ รักษาระดับราคาได้ค่อนข้างมั่นคง ขณะที่กระแสการยอมรับจากสถาบันการเงินและกรณีใช้งานจริงในโลกธุรกิจเริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้การถกเถียงเรื่อง “บิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์สำหรับชำระเงิน” กลับมาเป็นประเด็นร้อนในวงการคริปโต
ทเวนตีวันแคปิตอลถือครอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ราว 43,514 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.3 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทใน “มูลค่าในระยะยาว” ของบิตคอยน์ การถือครองในระดับนี้สอดคล้องกับมุมมองของมัลเลอร์ส ที่เห็นว่าบิตคอยน์จะมีบทบาทมากขึ้น ทั้งในฐานะสินทรัพย์เก็บมูลค่าและเครื่องมือในการชำระเงิน
เมื่อ ‘ค่าธรรมเนียม’ บัตรเครดิตยังเป็นภาระสำคัญต่อธุรกิจรายย่อย และเทคโนโลยีการชำระเงินแบบเปิดอย่างบิตคอยน์เริ่มได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น การแข่งขันในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเคลื่อนจากเวทีของการเป็น “ที่เก็บมูลค่า” ไปสู่เวทีของ “การใช้งานจริง” ว่าใครจะกลายเป็นโครงสร้างหลักของระบบการชำระเงินยุคใหม่
อัตราแลกเปลี่ยนล่าสุด เงินดอลลาร์อยู่ที่ 1 ดอลลาร์ต่อ 1,484.70 วอน โดยความเคลื่อนไหวของค่าเงินหลักยังเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนคริปโตจับตาเคียงคู่ไปกับทิศทางของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ในตลาดโลก
ความคิดเห็น 0