Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ชน 8 หมื่นดอลลาร์ เข้าสู่จุดเปลี่ยนขาขึ้นใหม่หรือพักฐานรอบใหญ่

บิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้น‘แตะ’ระดับ 8 หมื่นดอลลาร์ชั่วคราวก่อนอ่อนตัวลงมาบริเวณ 7.9 หมื่นดอลลาร์ เข้าสู่ช่วง ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ของแนวโน้มราคา โดยทิศทางต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับการยืนเหนือแนวต้านเชิงจิตวิทยาที่ 8 หมื่นดอลลาร์ได้หรือไม่ ว่าจะต่อยอดเป็นขาขึ้นรอบใหม่ หรือกลับเข้าสู่โหมดแกว่งตัวในกรอบเดิมอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ระหว่างการซื้อขายในตลาดเอเชีย บิตคอยน์(BTC) ดีดตัวขึ้นทะลุ 8 หมื่นดอลลาร์ ก่อนลดช่วงบวกและกลับมาอ่อนแรงลง แม้ระหว่างวันจะผันผวน แต่หากมองในกรอบ 24 ชั่วโมง ราคายังปรับขึ้นราว 0.4% ด้านอีเธอเรียม(ETH) ปรับขึ้นราว 1% ขณะที่ริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) ก็ขยับบวกเล็กน้อยตามทิศทางตลาดคริปโตรวม

นักวิเคราะห์จากมาเร็กซ์(Marex) ระบุว่า ในสภาวะตอนนี้ ‘ระดับราคา’ มีความสำคัญกว่าปัจจัยด้าน ‘เนื้อเรื่อง’ หรือสตอรีของตลาด โดยชี้ว่าโซน 8 หมื่นดอลลาร์คือ ‘แนวต้านทางจิตวิทยา’ ที่จะเป็นตัวชี้ชะตา ว่าตลาดจะเดินหน้าไปต่อหรือพักฐานลงมา

หากบิตคอยน์(BTC) สามารถทะลุ 8 หมื่นดอลลาร์อย่างชัดเจน และเปลี่ยนระดับดังกล่าวให้กลายเป็นแนวรับได้ แนวโน้มขาขึ้นจะยิ่งแข็งแรง และเปิดทางให้เกิด‘รอบเด้ง’ใหม่ในระยะถัดไป แต่ถ้าการเบรกไม่สำเร็จและราคาถูกกดกลับลงมา มีโอกาสสูงที่ตลาดจะวนกลับไปสู่‘ตรรกะกรอบราคาเดิม’ พร้อมแรงขายกดดันให้ถอยลงมาบริเวณช่วงกลางของโซน 7 หมื่นดอลลาร์

ช่วงราคาปัจจุบันจึงถูกมองว่าเป็น ‘เวทีทดสอบ’ สำคัญ ว่าความต้องการซื้อจากฝั่งสปอต (Spot) กำลังเป็นตัวผลักดันราคาอย่างแท้จริง หรือเป็นเพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้นจากสถานะฟิวเจอร์สและออปชันเป็นหลัก

‘ETF’ หนุนบิตคอยน์ บรรดาสถาบันกลับมาเทเงิน

ปัจจัยหลักที่ยังคงสนับสนุนการคาดหวังขาขึ้นของบิตคอยน์(BTC) คือกระแสเงินทุนจากสถาบัน โดยข้อมูลชี้ว่ากองทุน ETF บิตคอยน์สปอตที่จดทะเบียนในสหรัฐมียอดเงินไหลเข้า ‘สุทธิ’ กว่า 600 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.8 หมื่นล้านบาท) ภายในวันศุกร์เพียงวันเดียว

ตลอดช่วงราวสองเดือนที่ผ่านมา ยอดเงินไหลเข้าสะสมของ ETF เหล่านี้พุ่งขึ้นเป็น 3.29 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.84 แสนล้านบาท) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่ามี ‘เงินทุนจริง’ ทยอยเข้าสู่ตลาด มากกว่าจะเป็นแค่แรงเก็งกำไรระยะสั้นของรายย่อย

ฝั่งบริษัทเทรดดิ้งจากสิงคโปร์ QCP แคปิตอล ระบุว่ากระแสเงินไหลเข้าสุทธิต่อสัปดาห์ยังยืนเหนือราว 163 ล้านดอลลาร์ต่อเนื่อง แม้ในช่วงปลายเดือนจะมีแรงเทขายจากการรีบาลานซ์พอร์ตที่ทำให้ยอดไหลออกชั่วคราว แต่เงินทุนก้อนใหญ่ที่ไหลเข้าภายหลังได้ชดเชยส่วนที่หายไปแล้ว

มาเร็กซ์(Marex) มองว่า ‘คำ’แรงซื้อผ่าน ETF ที่ยังแข็งแกร่ง แสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังมองการเบรกระดับราคาสำคัญเป็นโอกาส ‘เข้าซื้อ’ มากกว่าจะรีบ ‘ทำกำไร’ ออกมา

ความเสี่ยงมหภาคยังไม่จบ จับตา‘ทรัมป์’กับแรงกดดันภาษี

ด้านปัจจัยลบที่อาจฉุดแนวโน้มขาขึ้นยังมีอยู่หลายประเด็น โดยความเสี่ยงระดับโลกที่สำคัญคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และความขัดแย้งด้านการค้า

สหรัฐและอิหร่านยังคงเจรจากันมานานแต่ยังไร้ทางออกที่ชัดเจน ในบรรยากาศเช่นนี้ ‘ประธานาธิบดีทรัมป์’ ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ในการเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศที่ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่าน ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันใหม่ในตลาดพลังงานและการค้าโลก

จีนตอบโต้มาตรการดังกล่าวอย่างแข็งกร้าว ทำให้ความขัดแย้งยิ่งร้อนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การผลักดันให้ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป(EU) เป็น 25% ยิ่งทำให้ภาพรวมสภาพแวดล้อมด้านการค้าทั่วโลกตึงตัวมากขึ้น

ในมุมมองของตลาด ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจบั่นทอนกระแส ‘Risk-on’ หรือความกล้ารับความเสี่ยงของนักลงทุน หากบรรยากาศเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-off) กลับมาเด่นชัด บิตคอยน์(BTC) ก็อาจเผชิญแรงกดดันฝั่งขายในระยะสั้นได้เช่นกัน

ดีฟาย(DeFi) ยังเปราะบาง ‘ความปลอดภัย’ เป็นโจทย์ใหญ่

อีกหนึ่งปัจจัยถ่วงตลาดคริปโตคือปัญหาความปลอดภัยในภาคการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือดีฟาย(DeFi) ที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกรณีแฮ็ก แร็กพูล และการรั่วไหลของเงินทุนในโปรโตคอลต่างๆ

เหตุโจมตีที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้มีความกังวลว่ากลุ่มเงินทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่จะชะลอการเข้ามาในระบบนิเวศคริปโต เนื่องจากมองว่าความเสี่ยงด้านระบบและสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ยังจัดการได้ไม่ดีพอ ‘ความคิดเห็น’ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการตรวจสอบโค้ดอาจกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะเร่งหรือหน่วงการเติบโตของดีฟายในระยะยาว

บิตคอยน์ที่‘ทางแยก’ เกมนี้ตัดสินที่ 8 หมื่นดอลลาร์

ภาพรวมตลาดตอนนี้ถือว่ามีโครงสร้างค่อนข้างตรงไปตรงมา คือ ตลาดหุ้นสหรัฐยังแข็งแรง เงินทุนไหลเข้า ETF บิตคอยน์(BTC) ขยายตัวต่อเนื่อง และราคาบิตคอยน์ก็วิ่งตามทิศทางทุนสถาบัน

เชิงเทคนิค บิตคอยน์(BTC) อยู่ในช่วงทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 80,619 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดที่เคยหยุดการปรับฐานลงในเดือนพฤศจิกายนปีก่อน หากสามารถฝ่าระดับนี้ขึ้นไปได้ชัดเจน เป้าหมายถัดไปอาจถูกขยับขึ้นไปแถวโซน 8.5 หมื่นดอลลาร์

แต่ถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวต้านดังกล่าวได้ การปรับขึ้นก็มีโอกาสชะลอลง และแรงขายทำกำไรอาจเริ่มกลับมามีบทบาทมากขึ้น

ท้ายที่สุด บิตคอยน์(BTC) กำลังยืนอยู่บนทางแยกระหว่าง ‘การกลับเข้าสู่เทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่’ กับ ‘การพักฐานระยะสั้น’ โดยตลาดกำลังจับตาว่าระดับสำคัญที่ 8 หมื่นดอลลาร์จะถูกยืนยันให้เป็นฐานรองรับรอบถัดไปได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางใหญ่ของราคาในระยะใกล้นี้อย่างชัดเจน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1