สหรัฐเดินหน้ากฎหมาย ‘CLARITY Act’ หนุนบิตคอยน์(BTC) ทะลุ 8.1 หมื่นดอลลาร์
‘CLARITY Act’ กฎหมายกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐมีความคืบหน้าสำคัญในวุฒิสภา หลังประเด็นหลักเรื่อง ‘สเตเบิลคอยน์’ได้ข้อสรุป ส่งผลให้ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ พุ่งทะลุ 81,000 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตอย่าง คอยน์เบส(COIN) และไมโคร스트래티지(MSTR) พุ่งแรงตาม สะท้อนว่าตลาดตอบรับการลดลงของความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบทันที
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph วุฒิสมาชิก ทอม ทิลลิส และ แอนเจลา อัลส์บรูคส์ บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในประเด็น ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์(rewards)’ ทั้งสองฝ่ายระบุว่า “เราได้เห็นพ้องที่จะไม่เห็นพ้องร่วมกันอย่างสุภาพ” ถือเป็นการปิดดีลในเชิงการเมือง และปูทางให้ร่างกฎหมายเดินหน้าต่อ ทิลลิสอธิบายว่า ข้อตกลงนี้จะปิดช่องไม่ให้มี ‘ผลตอบแทนลักษณะดอกเบี้ย’ คล้ายเงินฝากธนาคาร แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทคริปโตมอบผลประโยชน์รูปแบบอื่นให้ลูกค้าได้
ดีลครั้งนี้มีนัยสำคัญเพราะช่วยลดความกังวลของภาคธนาคารดั้งเดิมลงอย่างชัดเจน เดิมทีธนาคารมองว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ อาจดึงเงินฝากไหลออกจากระบบ จนอาจกระทบเสถียรภาพการเงิน สุดท้ายสภาคองเกรสจึงเลือกจุดกึ่งกลาง ระหว่าง ‘ความมั่นคงทางการเงิน’ กับ ‘การผลักดันนวัตกรรม’ หรือพูดง่ายๆ คือยอมเลือก ‘ข้อตกลงที่ทำได้จริง’ แทนการตามหากฎหมายที่สมบูรณ์แบบแต่เดินหน้าไม่ได้ ‘ความคิดเห็น’ ท่าทีนี้สะท้อนว่า ฝ่ายการเมืองเริ่มยอมรับว่าคริปโตและสเตเบิลคอยน์จะอยู่ต่อไป จึงต้องสร้างกรอบบริหารความเสี่ยง แทนการพยายามหยุดยั้งทั้งหมด
ฝั่งตลาดตอบสนองอย่างรวดเร็ว ‘บิตคอยน์(BTC)’ ทะลุระดับ 81,000 ดอลลาร์ ขานรับบรรยากาศเชิงบวก ขณะที่หุ้นคริปโตอย่าง คอยน์เบส(COIN), ไมโคร스트래티지(MSTR) และ เซอร์เคิล(CRCL) ปรับตัวขึ้นราว 4–8% นักลงทุนมองว่า ‘สัญญาณจากการเมืองเพียงครั้งเดียว’ สามารถเขย่าราคาในตลาดคริปโตได้ทันที ทำให้ข้อตกลงครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ความคืบหน้าทางกฎหมาย แต่ยังถูกมองเป็นตัวชี้ทิศทางใหม่ของกรอบกำกับดูแลในอนาคต
ฝั่งตลาดคาดการณ์ก็ปรับมุมมองเช่นกัน บนแพลตฟอร์มพยากรณ์อย่าง Polymarket ความเป็นไปได้ที่ ‘CLARITY Act’ จะผ่านเป็นกฎหมายภายในปี 2026 พุ่งจาก 42% ขึ้นมาถึง 70% อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวแปรเรื่องเวลา เพราะสภาคองเกรสต้องผ่านขั้นตอนมาร์กอัป (markup) ให้ทันก่อนถึงช่วงปิดประชุมวันเมโมเรียลเดย์ในวันที่ 21 หากเลยกำหนดนี้ไป กระบวนการรับรองกฎหมายอาจล่าช้าและทำให้ความคาดหวังของตลาดผันผวนได้อีกครั้ง
ท้ายที่สุด ข้อตกลงรอบนี้สะท้อนทิศทางสำคัญว่า กฎระเบียบคริปโตของสหรัฐกำลังขยับจากโหมด ‘เบรกแรง’ ไปสู่กรอบ ‘ควบคุมได้และคาดเดาได้’ มากขึ้น การดีดตัวของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล จึงเป็นภาพสะท้อนโดยตรงของความหวังใหม่ ว่าตลาดคริปโตอาจเดินหน้าเติบโต ภายใต้กฎกติกาที่ชัดเจนกว่าเดิมในยุค ‘CLARITY Act’
ความคิดเห็น 0