บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะระดับ 81,500 ดอลลาร์ ทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา กระแส ‘โทเคไนซ์’ หรือการโทเค็นยามสินทรัพย์กำลังลุกลามจากบิตคอยน์ไปยังสินทรัพย์ดิจิทัลตัวอื่น ดันบรรยากาศตลาดคริปโตให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวขึ้นราว 2% ภายใน 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ราคาฟื้นตัวมากกว่า 35% จากจุดต่ำสุดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ด้านอีเธอเรียม(ETH), ริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) ต่างขยับขึ้นตาม แต่ยังไม่สามารถทำผลตอบแทนได้เท่าบิตคอยน์
แรงขับเคลื่อนสำคัญของรอบนี้มาจากกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETF บิตคอยน์สปอต นายพอล ฮาวเวิร์ด จากบริษัทวินเซนต์ ระบุว่า เมื่อวันก่อนมีเงินทุนกว่า 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.29 หมื่นล้านบาท) ไหลเข้ากองทุน โดยมีแบล็คร็อกและฟิเดลิตีเป็นตัวหลัก ‘ความคิดเห็น’ สัญญาณนี้สะท้อนว่าเม็ดเงินจากสถาบันยังคงเข้ามาต่อเนื่อง ทำให้โครงสร้างราคาถูกพยุงให้ปรับตัวสูงขึ้น เขามองว่า หากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่เลวร้ายลงกว่านี้ แนวโน้มเชิงบวกของตลาดมีโอกาสยืดต่อไป
‘โทเคไนซ์’ เร่งเชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมสู่บล็อกเชน
รอบขาขึ้นครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะเดินคู่มากับธีม ‘โทเคไนซ์(tokenization)’ หรือการเปลี่ยนสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น หุ้นหรือพันธบัตร ให้กลายเป็นโทเค็นที่ซื้อขายบนบล็อกเชนได้ เทคโนโลยีนี้ถูกมองว่าเป็นสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างระบบการเงินเก่าและโลกคริปโต
ฝั่งบริษัทดิจิทัลแอสเซตเริ่มขยับตัวอย่างจริงจัง บริษัทดิจิทัลแอสเซต ‘บูลลิช(BLSH)’ ประกาศเข้าซื้อกิจการ ‘อีควิตี’ ผู้ให้บริการรับฝากและดูแลทะเบียนผู้ถือหุ้น มูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นบูลลิชทะยานขึ้น 12% นายโอเวน เลา จากบริษัทคลียร์สตรีต มองว่าดีลนี้สะท้อนกลยุทธ์ของบูลลิชที่ต้องการยกระดับจากแค่ “แพลตฟอร์มซื้อขาย” ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการ ‘โครงสร้างพื้นฐานตลาดทุน’ แบบครบวงจร
กาลักซี ดิจิทัล(GLXY) ก็เดินเกมในทิศทางเดียวกัน ด้วยการจับมือกับธนาคารสเตตสตรีต เปิดตัวกองทุนบริหารจัดการเงินสดแบบโทเคไนซ์สำหรับนักลงทุนสถาบัน ดันราคาหุ้นขยับขึ้นอีก 3.6% สะท้อนแรงซื้อที่กำลังกระจายตัวไปยังหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยรวม
ในตลาดโทเค็นเฉพาะทาง ‘เซนทริฟิวจ์(CFG)’ ทะยานขึ้นกว่า 15% หลังจากกระดานซื้อขายคริปโตสัญชาติสหรัฐ ‘คอยน์เบส(COIN)’ เลือกโปรโตคอลนี้เป็นพาร์ตเนอร์หลักสำหรับการแปลง ETF สินเชื่อ และผลิตภัณฑ์โครงสร้างหนี้ต่าง ๆ ขึ้นมาอยู่บนบล็อกเชน พร้อมเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงการ ‘ความคิดเห็น’ ความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนของการที่เม็ดเงินจากสถาบันเริ่มไหลเข้าสู่ตลาด ‘โทเคไนซ์’ อย่างจริงจัง
รายงานร่วมจากริปเปิล และ BCG คาดการณ์ว่า มูลค่าตลาดสินทรัพย์โทเคไนซ์รวมสเตเบิลคอยน์จะพุ่งแตะ 18.9 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2033 กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่การผสาน ‘บล็อกเชน + การเงินดั้งเดิม’ เติบโตรวดเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสินทรัพย์ที่ได้อานิสงส์จากกระแสเดียวกัน หุ้นของเซอร์เคิล(CRCL) และคอยน์เบส(COIN) ต่างปรับฐานลงราว 3–4% ย่อตัวลงมาบางส่วนหลังจากพุ่งขึ้นในวันก่อนหน้า สะท้อนการหมุนเวียนเม็ดเงินภายในกลุ่มมากกว่าจะเป็นการไหลออกจากภาคสินทรัพย์ดิจิทัล
ในตลาดหุ้นสหรัฐ วันเดียวกันดัชนีแนสแด็ก100 ปรับขึ้น 1.2% ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล ส่วน S&P500 ขยับขึ้น 0.8% ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวมให้ดีขึ้น
บิตคอยน์(BTC) ที่กำลังเป็นแกนกลางของรอบขาขึ้นครั้งนี้ กำลังเดินหน้าเคียงคู่กับกระแส ‘โทเคไนซ์’ อย่างชัดเจน การผสานกันของเม็ดเงินสถาบัน กองทุน ETF และการย้ายสินทรัพย์ดั้งเดิมขึ้นมาอยู่บนบล็อกเชน กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดคริปโตให้เข้าใกล้ระบบการเงินดั้งเดิมมากขึ้น ขณะที่โลกการเงินเก่าก็กำลังถูกดึงเข้ามาสู่โลกดิจิทัลอย่างเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0