บิตคอยน์(BTC) กำลังพุ่งขึ้นท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ จนกระแส ‘บิตคอยน์คือสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ’ เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง แทนภาพเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียง ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ในตลาดการเงิน
ตลอดราว 1 เดือนที่ผ่านมา ราคา *บิตคอยน์(BTC)* ปรับขึ้นราว 19% และเมื่อวันที่ 5 ราคาทะลุ 80,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 1,18 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่เดือนมกราคม ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดัชนีฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ของ *บลูมเบิร์ก* พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 10 ปี และคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคสหรัฐก็เร่งตัวขึ้น สร้างบรรยากาศแบบ ‘ดอกเบี้ยสูงลากยาว’ อย่างชัดเจน
ตามทฤษฎีแล้ว สภาพแวดล้อมเช่นนี้ควรเป็นลบต่อบิตคอยน์ เงินเฟ้อที่เร่งตัวกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) คงดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งเป็น *สินทรัพย์ปลอดภัย* ดูน่าสนใจกว่า และทำให้เสน่ห์ของสินทรัพย์ไร้ดอกผลอย่างบิตคอยน์ลดลง ในปี 2022 ช่วงเฟดขึ้นดอกเบี้ยรัว ๆ บิตคอยน์เคยทรุดแรงมาแล้วให้เห็นเป็นตัวอย่าง
‘สูตรเดิม’ เหล่านี้กำลังถูกบิตคอยน์ท้าทายอีกครั้ง
‘บิตคอยน์’ เคลื่อนตัวสวนทางสูตรมหภาคเดิม
แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต *บิตไฟเนกซ์(Bitfinex)* ระบุในรายงานฉบับหนึ่งว่า ขณะนี้ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์กำลังปรับขึ้นจากแรงกดดันด้านอุปทาน ขณะที่ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ หลายกลุ่มก็พุ่งขึ้นพร้อมกัน จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสินทรัพย์ต่าง ๆ บิดเบี้ยวไปจากเดิม และเริ่มมีคำถามถึง ‘ความยั่งยืน’ ของรอบขาขึ้นในปัจจุบัน
สัญญาณ ‘ดีคัปปลิง’ หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับสูตรมหภาคมาตรฐาน จึงอาจไม่ใช่ความผิดปกติชั่วคราวเท่านั้น แต่สะท้อน ‘การเปลี่ยนโครงสร้าง’ ของบทบาทบิตคอยน์ในระบบการเงินโลก
‘ดิจิทัลโกลด์’ และบทบาทสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ
กระแสการตีความใหม่ชี้ชัดมากขึ้นว่าบิตคอยน์กำลังเคลื่อนจากภาพของ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ไปสู่ภาพของ ‘สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ’
หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือกระแสเงินทุนในกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐ นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ETF สปอตบิตคอยน์ 11 กองทุนที่จดทะเบียนในสหรัฐมียอดเงินไหลเข้าแล้วรวม 4,450 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.57 แสนล้านบาท) ชดเชยการไหลออกครั้งใหญ่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วเกือบหมด ที่สำคัญคือเงินก้อนใหม่จำนวนมากถูกมองว่าเป็น ‘การซื้อเพื่อถือจริง’ มากกว่าจะเป็นเพียงการทำ *อาร์บิทราจ* ระยะสั้น สะท้อนระดับ ‘ความเชื่อมั่น’ ที่เพิ่มสูงขึ้น
ไรอัน ลี นักวิเคราะห์จาก *บิตเก็ต รีเสิร์ช(Bitget Research)* ให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า “ฝั่งนักลงทุนสถาบันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โลกที่ทองคำเคยเป็นสินทรัพย์เฮจหลัก กำลังขยับมาสู่ยุคที่ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ถูกพิจารณาเคียงข้างกัน”
พอล ฮาวเวิร์ด ผู้อำนวยการจาก *วินเซนต์(Wen-X)* มองไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าบิตคอยน์มีทั้ง ‘สภาพคล่องสูง’ และ ‘คุณสมบัติการเก็บรักษามูลค่า’ อยู่ในตัว จึงเหมาะจะเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ และประเมินว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ราคาบิตคอยน์อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึงราว 3.5 เท่า
ในฝั่งการเงินดั้งเดิม แนวคิดนี้ก็เริ่มได้รับเสียงสนับสนุนมากขึ้น นักลงทุนมาโครชื่อดังอย่าง พอล ทิวเดอร์ โจนส์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ‘บิตคอยน์คือสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุดแบบไร้ข้อกังขา’ และ ‘ดีกว่าทองคำ’ ด้วยซ้ำ โดยเขาให้เหตุผลว่าในโลกที่ธนาคารกลางสามารถขยายฐานเงินได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า การถือครองสินทรัพย์ที่ ‘ไม่สามารถเพิ่มปริมาณได้ตามใจ’ จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ
อย่างไรก็ดี คำถามสำคัญคือ ตลาดจะยอมรับ ‘บิตคอยน์ในฐานะทองคำดิจิทัล’ อย่างเต็มตัวหรือไม่ และเมื่อไหร่
เงื่อนไขทดสอบ: ยังหนีไม่พ้นภาพ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’
แม้ภาพของ *สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ* จะเริ่มเด่นขึ้น แต่ในความเป็นจริงบิตคอยน์ยังไม่หลุดพ้นเงาของ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันตลาดหุ้นสหรัฐกำลังฟื้นตัวแรง และบิตคอยน์ก็พุ่งขึ้นเคียงข้างดัชนีหลักของวอลล์สตรีท
บริษัทเทรดคริปโต *คิวซีพี แคปิตอล(QCP Capital)* จากสิงคโปร์วิเคราะห์ว่า การทะลุ 80,000 ดอลลาร์ของบิตคอยน์เป็นการเคลื่อนไหวที่เดินไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้น และชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับหุ้นสหรัฐกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง นั่นหมายความว่าตลาดจำนวนไม่น้อยยังปฏิบัติต่อบิตคอยน์ในฐานะ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ อยู่
บททดสอบที่แท้จริงจึงน่าจะอยู่ในช่วงที่ตลาดหุ้นเผชิญการปรับฐาน ถ้าในจังหวะที่ *หุ้นร่วง* แต่บิตคอยน์ยังทรงตัวได้ดีหรือเดินหน้าปรับขึ้น นั่นจะเป็นหลักฐานเชิงพฤติกรรมที่ชัดเจนว่า บิตคอยน์ได้ย้ายตัวเองเข้าใกล้สถานะของ ‘สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ’ มากขึ้น แต่หากบิตคอยน์ดิ่งลงพร้อมตลาดหุ้น ภาพเดิมในฐานะ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ ก็มีโอกาสสูงที่จะยังคงอยู่
ณ ตอนนี้ ‘เรื่องเล่า’ ว่าบิตคอยน์คือสินทรัพย์เฮจเงินเฟ้อกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในหมู่นักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ แต่ ‘การเปลี่ยนสถานะจริง’ ของบิตคอยน์จากสินทรัพย์เสี่ยงไปเป็น *ดิจิทัลโกลด์* แบบเต็มตัว ยังอยู่ในระยะทดสอบ และต้องการเวลารวมถึงข้อมูลพฤติกรรมตลาดในรอบขาลงครั้งต่อไปมาพิสูจน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความคิดเห็น 0