ดีลอเรียน(DMC) กำลังขยาย ‘สัญลักษณ์’ ของแบรนด์ระดับตำนานเข้าสู่โลกบล็อกเชนอย่างเต็มตัว เมื่อแบรนด์รถยนต์ในตำนานถูกนำขึ้นเชนในระบบนิเวศของโซลานา(SOL) ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลบนเชน จุดกระแสใหม่ของ ‘การโทเคนไนซ์สินทรัพย์ด้านวัฒนธรรม’ ที่กำลังเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ดีลอเรียน แล็บส์ ซึ่งเป็นหน่วยงานเว็บ3 ของดีลอเรียน มอเตอร์คอมพานี เปิดเผยว่าได้ทำการบริดจ์โทเคนเนทีฟของโปรเจกต์อย่าง ดีเอ็มซี(DMC) เข้าสู่เครือข่ายโซลานาเป็นที่เรียบร้อย การเชื่อมต่อครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิโซลานา โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานของ ซันไรส์(Sunrise) และ เวิร์มโฮล(Wormhole) เป็นตัวกลาง หลังดีลนี้ ผู้ใช้งานบนโซลานาจึงสามารถถือครอง เทรด และสเตกโทเคน ดีเอ็มซี ได้โดยตรงบนเชนของโซลานา
ดีลอเรียนถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีสถานะพิเศษในโลกภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อป ถูกมองว่าเป็นทั้ง ‘สัญลักษณ์ของอนาคต’ และ ‘ภาพแทนของการต่อต้านกระแสหลัก’ มากกว่าจะเป็นแค่ยานพาหนะธรรมดา ด้วยความเป็น ‘ไอคอนทางวัฒนธรรม’ ทำให้การโทเคนไนซ์ครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการเปิดตัวโปรเจกต์คริปโตอีกหนึ่งตัวในตลาด
ไซอิด บาเดร็ก ผู้ร่วมก่อตั้ง เวิร์มโฮล แล็บส์ ให้ความเห็นว่า “การที่แบรนด์ระดับโลกอย่างดีลอเรียนย้ายขึ้นมาอยู่บนเชน ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ‘การเปิดให้สินทรัพย์เหล่านี้สามารถซื้อขายได้ในตลาดแบบเปิดและมีสภาพคล่อง’ คือหัวใจของเรื่องนี้” ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนชัดว่าการมาของดีลอเรียนไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่เกี่ยวพันกับโครงสร้างตลาดและสภาพคล่องของสินทรัพย์บนเชนโดยตรง
ดีลอเรียน แล็บส์ วางเป้าไปไกลกว่าการออกโทเคนทั่วไป โดยต้องการสร้าง ‘ระบบนิเวศแบรนด์แบบมีส่วนร่วม’ ผู้ถือโทเคน ดีเอ็มซี จะได้สิทธิ์เข้าถึงรถยนต์ที่ถูกโทเคนไนซ์ซึ่งจะเปิดตัวในอนาคตแบบมีลำดับความสำคัญ รวมถึงมีสิทธิ์เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการกำกับดูแล (Governance) ของโปรเจกต์ด้วย
โมเดลนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรกๆ ที่แบรนด์ระดับโลกนำโครงสร้างการตัดสินใจแบบกระจายศูนย์มาใช้ร่วมกับคอมมูนิตี้ แทนโครงสร้างเดิมที่ผู้บริโภคเป็นเพียงผู้ซื้อสินค้า การให้ผู้ใช้เข้ามามีบทบาทโดยตรงต่อทิศทางการเติบโตของแบรนด์ คือการพลิกกรอบ ‘ผู้บริโภค’ ให้กลายเป็น ‘ผู้ร่วมออกแบบแบรนด์’
อีวาน คูน ซีอีโอของดีลอเรียน แล็บส์ ระบุว่า “ดีลอเรียนเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรมและการก้าวข้ามขีดจำกัดมาโดยตลอด การเข้าร่วมกับระบบนิเวศของโซลานาไม่ใช่แค่การปล่อยโทเคน แต่เป็นการประกาศจุดยืนด้านการมีส่วนร่วมระยะยาว” ‘ความคิดเห็น’ ประโยคนี้สะท้อนว่าดีลอเรียนมองเว็บ3 เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์แบรนด์ในระยะยาว มากกว่าจะเป็นเพียงแคมเปญกระแสสั้น
การเคลื่อนไหวของ ดีเอ็มซี บนโซลานา ยังสอดคล้องกับกระแสการโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง หรือ RWA (Real World Asset) ที่กำลังมาแรงในตลาดคริปโต ปัจจุบันนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเทรนด์กำลังก้าวข้ามจากแค่การโทเคนไนซ์หุ้น พันธบัตร หรือผลิตภัณฑ์การเงิน ไปสู่การนำ ‘แบรนด์’ และ ‘ทรัพย์สินทางปัญญา (IP)’ มาขึ้นเชนอย่างจริงจัง
การที่แบรนด์ที่มีฐานแฟนและการรับรู้ในวงกว้างอย่างดีลอเรียน ตัดสินใจก้าวเข้าสู่บล็อกเชน ยังถูกมองว่าอาจช่วยดึงผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับทิศทางของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างมาสเตอร์การ์ด และกูเกิล ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศของโซลานาแล้วเช่นกัน
ท้ายที่สุด เคสของดีลอเรียนจึงเปรียบเสมือน ‘เวทีทดสอบ’ ว่ากระบวนการโทเคนไนซ์จะสามารถขยายขอบเขตออกไปได้ไกลแค่ไหน ตั้งแต่สินทรัพย์การเงินไปจนถึงสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมระดับไอคอน ความพยายามของดีลอเรียนไม่ได้เล่นกับแค่ความทรงจำหรือความคิดถึงในอดีต แต่เป็นการทดลองให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า ‘สินทรัพย์ด้านวัฒนธรรม’ จะถูกออกแบบใหม่ และสร้างมูลค่าใหม่บนเชนได้อย่างไรในยุคเว็บ3
ความคิดเห็น 0