XRPกำลังกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลัง ‘ราคุเทนเพย์’ ของญี่ปุ่นนำริปเปิล(XRP) เข้าสู่ระบบชำระเงินอย่างเป็นทางการ เปิดทางให้การใช้คริปโตในชีวิตประจำวันขยายตัว และเพิ่มโอกาสการ ‘ใช้งานจริง’ ของสินทรัพย์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ราคุเทนเพย์ได้เชื่อมต่อริปเปิล(XRP) เข้ากับโซลูชันการชำระเงินของตนแล้ว ผู้ใช้ราคุเทนวอลเล็ตสามารถแป้มคะแนนสะสม (รีวอร์ดพอยต์) ที่ตนถืออยู่ให้กลายเป็นริปเปิล(XRP) ได้โดยตรง ทำให้เข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่ต้องแลกเงินสดหรือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ‘ความคิดเห็น’ การเปิดสะพานเชื่อมจากคะแนนสะสมสู่คริปโตแบบนี้ ลดแรงเสียดทานในการเริ่มใช้คริปโตของผู้ใช้ทั่วไปอย่างมาก
การเชื่อมต่อครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญชั่วคราว แต่ถูกมองว่าเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการเชื่อมโลกการชำระเงินผู้บริโภคกับเทคโนโลยีบล็อกเชน จากรายงาน ระบุว่าริปเปิล(XRP) สามารถถูกนำไปใช้ภายในเครือข่ายของราคุเทนเพย์ที่มีผู้ใช้งานราว 44 ล้านราย และร้านค้าพันธมิตรกว่า 5 ล้านแห่ง ขณะเดียวกันยังมีคะแนนสะสมมูลค่ารวมราว 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่สามารถแปลงเป็นริปเปิล(XRP) ได้ ศักยภาพในระดับนี้ทำให้ ‘ริปเปิล(XRP)’ มีโอกาสเพิ่มบทบาทในฐานะสินทรัพย์สำหรับการใช้จ่ายจริง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร
ฝั่งตลาดก็มีการตอบรับทันที ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน ‘ซานติเมนต์’ ระบุว่าความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับริปเปิล(XRP) บนโซเชียลมีเดีย เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับสองในรอบราว 2 ปี โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าการบูรณาการกับราคุเทนเพย์คือปัจจัยหลักที่กระตุ้นความคาดหวังเรื่อง ‘การยอมรับในวงกว้าง’ ของริปเปิล(XRP)
อย่างไรก็ตาม ความคึกคักของกระแสข่าวไม่ได้หมายความว่าราคา ‘ต้อง’ ดีดตัวทันที ซานติเมนต์ชี้ว่า ดีลใหญ่ลักษณะนี้มักถูกตีความเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะกลางถึงยาวมากกว่า หลังภาวะ FOMO ของนักลงทุนเริ่มเย็นลง ปัจจุบันริปเปิล(XRP) ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยราคาลดลงจากจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือนราว 55% ทำให้บางมุมมองมองว่าการขยายการใช้งานจริงครั้งนี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแนวโน้มราคาในอนาคต ‘ความคิดเห็น’ หากผู้ถือคะแนนของราคุเทนเปลี่ยนมาเป็นผู้ถือ XRP จำนวนมากขึ้น ผลเชิงโครงสร้างต่อดีมานด์อาจสำคัญกว่าการเก็งกำไรระยะสั้นเสียอีก
ท้ายที่สุด การที่ราคุเทนเพย์นำริปเปิล(XRP) เข้าสู่ระบบ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มตัวเลือกการจ่ายเงิน แต่น่าจะกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าคริปโตอย่างริปเปิล(XRP) สามารถมี ‘พื้นที่ใช้งานจริง’ ได้กว้างแค่ไหน ในจังหวะที่ตลาดคริปโตเริ่มขยับจากโฟกัสการซื้อขายไปสู่บริการที่ผูกกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทิศทางต่อไปของริปเปิล(XRP) จึงน่าจะขึ้นอยู่กับ ‘ความเร็วของการถูกนำไปใช้จริง’ มากกว่าข่าวลือหรือกระแสเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0