อีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวในกรอบ ‘2,200~2,400ดอลลาร์’ ต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลออนเชนจาก ‘ไบแนนซ์’(Binance) ชี้ให้เห็นการไหลเข้าออกของทุนขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนขึ้น ทั้งการไหลเข้าของอีเธอเรียม(ETH) ปริมาณมาก และการไหลออกของสเตเบิลคอยน์ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้นักลงทุนแบ่งเป็นสองมุมมอง ระหว่างสัญญาณ ‘ขายทำกำไร’ กับสัญญาณ ‘ปรับพอร์ตเพื่อสะสมใหม่’
ตามรายงานของ *คอยน์เทเลกราฟ* เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) แพลตฟอร์มวิเคราะห์ออนเชน ‘คริปโตออนเชน’ ได้ติดตามกระแสเงินเคลื่อนย้ายบนเครือข่ายของไบแนนซ์ ระหว่างวันที่ 10–12 พฤษภาคม พบว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการกลับตัวสู่ฝั่งขาย แต่ใกล้เคียงกับการ ‘จัดพอร์ตใหม่’ ของทุนรายใหญ่เสียมากกว่า โดยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม มีอีเธอเรียม(ETH) จำนวน 225,558ETH ไหลเข้าสู่กระดานเทรดภายในวันเดียว ซึ่งนับเป็นยอด ‘สุทธิไหลเข้า’ สูงสุดในรอบราว 6 เดือน
ตามปกติแล้ว การไหลเข้าของอีเธอเรียม(ETH) ปริมาณมากสู่กระดานเทรด มักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเตรียม ‘ขาย’ แต่ในอีกสองวันถัดมา มีสเตเบิลคอยน์มูลค่าประมาณ 1,320ล้านดอลลาร์ไหลออกจากไบแนนซ์อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพรวมการตีความเปลี่ยนไป คริปโตออนเชนมองว่า การเคลื่อนไหวแบบ ‘ETH ไหลเข้า–สเตเบิลคอยน์ไหลออก’ สะท้อนการสลับโครงสร้างสภาพคล่องมากกว่าจะเป็นแรงขายสุทธิ นั่นคือมีการโยกย้ายสินทรัพย์ในตลาดสปอตเพื่อจัดสมดุลกำลังซื้อ–ขายทั้งในและนอกกระดาน มากกว่าการกระจายขายทำกำไรอย่างหนัก
คริปโตออนเชนใช้คำว่า ‘โครงสร้างการเปลี่ยนมือ’ เพื่ออธิบายสถานการณ์นี้ โดยชี้ว่า ทุนขนาดใหญ่ (‘วาฬ’) น่าจะกำลังจัดเรียงสถานะการลงทุนใหม่ ทั้งฝั่งคริปโตและฝั่งเงินสดคงรูป ทำให้แม้การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์บนกระดานจะดูรุนแรง แต่เมื่อดูเป็นภาพรวมแล้ว ยังมีลักษณะของการ ‘สลับถือครอง’ มากกว่าการเทขายออกจากตลาด
ในฝั่งตลาดอนุพันธ์ บรรยากาศกลับดูสงบกว่าที่คิด โดยข้อมูลจากไบแนนซ์ระบุว่า ‘Funding Rate’ ของสัญญาฟิวเจอร์สอีเธอเรียม(ETH) ปรับตัวจาก -0.007 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม มาเป็น +0.004 ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อฝั่งเปิด ‘ลอง’ เริ่มกลับมาคุมเกม นอกจากนี้ ปริมาณสถานะคงค้าง (Open Interest) เพิ่มขึ้นราว 13% แต่ปริมาณการถูกล้างพอร์ต (Liquidation) กลับอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 เดือนเกือบ 99.6% บ่งชี้ว่าการใช้เลเวอเรจเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ร้อนแรงถึงขั้นเกิดการบีบล้างพอร์ตขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
บนกราฟราคา อีเธอเรียม(ETH) กำลังทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณราว 2,250ดอลลาร์ (กรอบแท่งเทียนรายสัปดาห์) หลังจากหลุดลงไปต่ำกว่า 2,000ดอลลาร์ แล้วดีดกลับขึ้นมาได้ ขณะเดียวกัน แนวต้านยังหนาแน่นในโซน 2,400~3,000ดอลลาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์ และ 100 สัปดาห์ มารวมตัวกัน ปริมาณการซื้อขายล่าสุดลดลงเมื่อเทียบกับช่วงร่วงแรงครั้งก่อน ทำให้แรงขายตื่นตกใจ (Panic Sell) ดูเบาบางลง แต่ด้านแรงขับเคลื่อนเพื่อกลับเข้าสู่ขาขึ้นอย่างชัดเจนก็ยังไม่แข็งแรงพอเช่นกัน
ท้ายที่สุด อีเธอเรียม(ETH) จึงเหมือนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่าง ‘แรงกดดันขาย’ กับ ‘การสะสมใหม่’ ข้อมูลออนเชนฝั่งสปอตสะท้อนการโยกย้ายทุนขนาดใหญ่ ส่วนฝั่งอนุพันธ์ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างระมัดระวัง ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าหากราคายังทรงตัวเหนือโซน 2,200~2,250ดอลลาร์ได้ ขณะที่แรงขายไม่เร่งตัว มีโอกาสที่ช่วงนี้จะกลายเป็นเฟสสะสมของวาฬ แต่หากหลุดกรอบดังกล่าวลงอย่างมีปริมาณซื้อขายหนาแน่น ภาพจะกลับไปเอนเอียงสู่ฝั่งขายอีกครั้ง
ในระยะสั้น ทิศทางต่อไปของอีเธอเรียม(ETH) จึงน่าจะขึ้นอยู่กับการ ‘เบรก’ กรอบราคา 2,200~2,400ดอลลาร์ ว่าจะทะลุขึ้นไปพร้อมปริมาณซื้อขายหนุน หรือถูกกดให้หลุดลงล่าง เพราะกรอบนี้กำลังทำหน้าที่เป็นจุดชี้ชะตาตอนต่อไปของตลาดอีเธอเรียม(ETH) ในรอบนี้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0