รัฐบาลโปแลนด์เดินหน้ากดดันออกกฎหมาย ‘กฎระเบียบคริปโต’ หลังกรณีอื้อฉาวของเว็บเทรดชื่อดัง ‘Zondacrypto’ ถูกตรวจสอบข้อหา ‘ฉ้อโกง’ ทำให้นักลงทุนหลายพันรายไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนของตัวเองได้ ท่ามกลาง ‘ช่องว่างด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน’ ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Bloomberg และ CoinDesk ดอนัลด์ ทุสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ กล่าวอ้างอิงกรณี Zondacrypto ที่กำลังถูกอัยการสอบสวนในความผิดฐานฉ้อโกง ระบุว่าหากไม่มี ‘กฎระเบียบสินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่เหมาะสม การรับมือและชดเชยความเสียหายของผู้ลงทุนจะล่าช้าออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แหล่งข่าวระบุว่าผู้ใช้ของ Zondacrypto จำนวนหลายพันคนยังไม่สามารถถอนหรือเข้าถึงสินทรัพย์ในบัญชีได้ ขณะเดียวกัน ทุสก์ยังตั้งข้อสงสัยว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจเกี่ยวพันกับทุนและอิทธิพลจากรัสเซียตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นดำเนินการ ‘ความคิดเห็น’ หากข้อกล่าวหานี้ได้รับการพิสูจน์ อาจถูกใช้เป็นเหตุผลทางการเมืองเพิ่มเติมในการเร่งรัดควบคุมตลาดคริปโตในประเทศ
การถกเถียงเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโปแลนด์ (Sejm) ที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับคริปโต 4 ฉบับพร้อมกัน สุดท้าย ร่างกฎหมายหมายเลข 2529 ที่เสนอโดยรัฐบาลได้รับเสียงสนับสนุน 241 เสียง คัดค้าน 200 เสียง ผ่านความเห็นชอบจากสภาล่าง เนื้อหาสำคัญคือการให้อำนาจแก่สำนักงานกำกับดูแลทางการเงินโปแลนด์(KNF) ในการกำกับดูแลผู้ประกอบการในตลาดคริปโต รวมถึงอำนาจ ‘สั่งระงับบัญชีและธุรกรรม’ และใช้อำนาจลงโทษทางปกครองได้อย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมคริปโตในโปแลนด์มีท่าที ‘แบ่งฝักแบ่งฝ่าย’ หลายฝ่ายมองว่าบทบัญญัติเรื่องการอายัดบัญชีและการปิดกั้นธุรกรรมแทบไม่ต่างจากกฎเดิม ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่ประธานาธิบดี คารอล นาฟวร็อตสกี ใช้เป็นเหตุผลในการใช้สิทธิยับยั้งกฎหมาย 2 ครั้งก่อนหน้า คือ การเพิ่มกลไกตรวจสอบถ่วงดุลทางตุลาการ ยังไม่ถูกนำมาปรับปรุงในร่างใหม่นี้ ‘ความคิดเห็น’ นี่จึงกลายเป็นจุดอ่อนหลักที่อาจทำให้ประธานาธิบดียังคงใช้ ‘วีโต้’ ซ้ำได้อีกครั้ง
โปแลนด์จำเป็นต้องปรับกฎหมายภายในประเทศให้สอดคล้องกับกฎหมายตลาดคริปโตของสหภาพยุโรป หรือ ‘MiCA’ ซึ่งกำหนดเส้นตายเริ่มบังคับใช้ไว้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ กรณี Zondacrypto ช่วยตอกย้ำความจำเป็นของ ‘กฎระเบียบคริปโต’ เพื่อปิดช่องโหว่การคุ้มครองนักลงทุน แต่หากร่างกฎหมายยังถูกปัดตกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความไม่แน่นอนด้านกฎเกณฑ์จะยืดเยื้อ และอาจกระทบทั้งผู้ประกอบการในประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของโปแลนด์ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0