Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

EU ชะลอกฎดีไฟ(DeFi) หันโฟกัสโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง ภายใต้ทบทวนกฎหมาย MiCA รอบ 2

สหภาพยุโรป(EU) กำลังถูกจับตามองในประเด็นการกำกับดูแล ‘ดีไฟ(DeFi)’ โดยมีเสียงจากที่ปรึกษาภายในเสนอให้หันไปโฟกัส ‘การโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง’ และกรอบ ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่กว้างขึ้นก่อนเป็นลำดับแรก ภายใต้กระบวนการทบทวนกฎหมายกำกับดูแลคริปโตฉบับสำคัญอย่าง ‘MiCA’ รอบที่ 2 ซึ่งตลาดกำลังลุ้นว่าศูนย์กลางของกฎเกณฑ์ใหม่จะอยู่ที่จุดใดกันแน่

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการยุโรป ปีเตอร์ เคิร์สเตนส์(Peter Kerstens) กล่าวบนเวที ‘WAIB Summit Monaco 2026’ ว่า กรอบกำกับดูแล ‘MiCA’ ไม่ได้ล้าสมัยแล้วเสียทีเดียว และทิศทางต่อจากนี้จะถูกกำหนดโดยกระบวนการ ‘รับฟังความเห็นสาธารณะ’ ที่กำลังดำเนินอยู่ คณะกรรมาธิการยุโรปเริ่มเปิดรับความเห็นต่อกฎหมาย MiCA ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดรับฟังจนถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้

เคิร์สเตนส์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ออกแบบ MiCA มองว่า ‘ดีไฟ’ ยังไม่ใช่เป้าหมายหลักของการออกกฎโดยตรงในตอนนี้ เขาให้เหตุผลว่า ‘กฎหมาย’ สามารถใช้ควบคุมคนและองค์กร แต่ไม่สามารถบังคับใช้กับ ‘เครือข่าย’ โดยตรงได้ หากจะกำกับดูแล ‘ตัวตนที่ไม่ใช่นิติบุคคล’ จำเป็นต้องสร้าง ‘แนวคิดทางกฎหมายรูปแบบใหม่’ ขึ้นมาก่อน เขายังอธิบายถึงดีไฟว่าเป็น “ขบวนการที่ไม่มีตัวแทน” และตั้งคำถามว่า “หากยังไม่เห็นปัญหาชัดเจน เหตุใดจึงต้องเร่งออกกฎมาจำกัด” อย่างไรก็ตาม ในการทบทวน MiCA รอบนี้ ดีไฟถูกใส่ชื่อไว้ในฐานะ ‘พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง’ ซึ่งหมายความว่าท่าทีของ EU ยังเปิดอยู่ทั้งต่อแนวทางและระดับความเข้มข้นของการกำกับดูแล

ขณะที่ MiCA กำลังเดินหน้าสู่เส้นตายสำคัญในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันสิ้นสุด ‘ช่วงผ่อนผัน’ ตามกฎหมาย หลังจากวันดังกล่าว ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ต้องการให้บริการลูกค้าในกลุ่มประเทศ EU จะต้องถือใบอนุญาต ‘MiCA License’ เท่านั้น หากไม่มีใบอนุญาต ผู้ประกอบการจะต้องยุติการให้บริการต่อผู้ใช้งานในยุโรปทันที ฝั่งอุตสาหกรรมมองว่าเส้นตายนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘การยกเครื่องโครงสร้างธุรกิจคริปโตในยุโรป’ ทั้งในแง่การย้ายฐานการดำเนินงาน การควบรวมกิจการ ไปจนถึงการออกจากตลาดของผู้เล่นที่รับภาระต้นทุนกำกับดูแลไม่ไหว

ในอีกด้านหนึ่ง ทีมวิจัยภายใต้ธนาคารกลางยุโรป(ECB) ได้เผยแพร่รายงานเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตั้งคำถามสำคัญว่า องค์กรอิสระแบบกระจายศูนย์(DAO) ในโลกดีไฟนั้น “กระจายศูนย์เพียงพอจริงหรือไม่” โดยพวกเขาศึกษาโปรโตคอลชื่อดังอย่าง Aave, MakerDAO, Ampleforth และ Uniswap แล้วพบว่า ผู้ถือครองโทเคนกำกับดูแล(governance token) 100 อันดับแรก ครองสัดส่วนโทเคนมากกว่า 80% ของซัพพลายทั้งหมดในแต่ละโปรโตคอล ‘คำ’ ตัวเลขนี้ถูกยกมาเป็นหลักฐานชี้ให้เห็นว่าดีไฟจำนวนไม่น้อยยังมีโครงสร้างอำนาจที่รวมศูนย์ในหมู่ผู้ถือโทเคนรายใหญ่ ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ แบบนี้ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า โปรเจกต์ดีไฟบางส่วนควรได้รับ ‘ข้อยกเว้นจาก MiCA’ ต่อไปหรือไม่ หรือควรถูกนำเข้ามาอยู่ในกรอบกำกับดูแลเต็มรูปแบบ

การที่ EU ส่งสัญญาณ ‘ชะลอ’ การลงกฎเฉพาะเจาะจงกับดีไฟ แต่หันไปพยายามวางโครงสำหรับ ‘การโทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง’ และ ‘ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีตัวตนและผู้รับผิดชอบชัดเจน’ ก่อน สะท้อนทิศทางว่าศูนย์ถ่วงของการกำกับดูแลคราวนี้อาจไม่ใช่แค่การวัดระดับ ‘ความเป็นการกระจายศูนย์’ ของโปรโตคอลอีกต่อไป แต่จะไปอยู่ที่การนิยาม ‘โครงสร้างตลาด’ และ ‘ความรับผิดชอบทางกฎหมาย’ ในระบบสินทรัพย์ดิจิทัลยุโรปเป็นหลัก ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญของกรอบกำกับดูแลคริปโตระดับโลกในระยะถัดไป ‘คำ’

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1