Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สหรัฐคุมเข้มโมเดล AI แอนโทรปิก(Anthropic) จุดกระแสเก็งกำไรโทเคน AI กระจายศูนย์ TAO‑VVV‑NEAR พุ่งแรง

สหรัฐฯ สั่งคุมเข้มโมเดล AI ของ ‘แอนโทรปิก(Anthropic)’ หลังมีรายงานว่า ‘แอนดี เจสซี’ ซีอีโอของอเมซอน(AMZN) เป็นผู้แจ้งเตือนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยต่อทำเนียบขาว จนกลายเป็นชนวนให้เกิดมาตรการจำกัดการเข้าถึงจากต่างประเทศ และจุดกระแสถกเถียงเรื่อง ‘ความปลอดภัยของ AI’ ควบคู่กับแรงซื้อใน ‘โทเคน AI แบบกระจายศูนย์’ ที่ราคาพุ่งแรงตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ‘วอลล์สตรีทเจอร์นัล(WSJ)’ รายงานว่า แอนดี เจสซี ซีอีโออเมซอน ติดต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่านักวิจัยของอเมซอนได้ค้นพบวิธี ‘ล่อ’ โมเดล ‘Fable 5’ ของแอนโทรปิก ให้เปิดเผยข้อมูลที่อาจถูกนำไปใช้ใน ‘การโจมตีทางไซเบอร์’ ได้ จากนั้นมีอย่างน้อย 5 บริษัทออกมาแสดงความกังวลในทิศทางเดียวกัน ทำเนียบขาวจึงตัดสินใจขยับออกมาตรการควบคุม และมีการติดต่อหารือกับ ดาริโอ อาโมเดย์ ซีอีโอแอนโทรปิกโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ดาริโอ อาโมเดย์ ถูกระบุว่าตอบโต้ความกังวลของรัฐบาล และไม่ยอมรับคำขอให้ “หยุดเปิดให้เข้าถึงโมเดลโดยสมัครใจ” ได้ง่ายๆ ฝั่งรัฐบาลสหรัฐฝ่ายประธานาธิบดีทรัมป์ มี เดวิด แซ็กส์ ซึ่งเป็นประธานร่วมคณะทำงานที่ปรึกษา AI ออกมาให้ ‘ความคิดเห็น’ ว่า “รัฐบาลออกมาตรการควบคุมการส่งออกแบบเสียไม่ได้” พร้อมระบุว่า “รู้สึกประหลาดใจที่แอนโทรปิกไม่ยอมให้ความร่วมมือกับคำขอด้านความปลอดภัยที่ถือว่ามีเหตุผล เช่น การแก้ปัญหาการ ‘เจลเบรค’ โมเดล”

ทางแอนโทรปิกโต้แย้งว่ามาตรการจำกัดการเข้าถึงครั้งนี้ เกิดจาก ‘ความเข้าใจผิด’ ที่ไปขยายความเสี่ยงเรื่อง “เจลเบรคที่ไม่ได้แพร่หลาย (non‑universal jailbreak)” ให้ดูรุนแรงเกินจริง บริษัทระบุว่ากำลังดำเนินการเพื่อฟื้นฟูการเข้าถึงของผู้ใช้ พร้อมชี้ว่า ณ ตอนนี้แอนโทรปิกมีจำนวนผู้ใช้งานประจำ (Monthly Active Users) ราว 18,900 ราย

เหตุการณ์รอบล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐสามารถเข้ามา ‘ชะลอหรือสกัด’ การกระจายตัวของโมเดล AI ที่พัฒนาในประเทศได้อย่างรวดเร็วเพียงใด ซึ่งสร้างแรงกระเพื่อมต่อภาพรวมตลาดคริปโต โดยเฉพาะกลุ่ม ‘โทเคน AI แบบกระจายศูนย์’ ที่ถูกมองว่าไม่ขึ้นกับผู้ควบคุมรายเดียวและไม่ผูกติดกับรัฐ จึงกลายเป็นเป้าหมายเก็งกำไรทันทีในช่วงสุดสัปดาห์

ผลคือ โทเคน ‘บีเทนเซอร์(TAO)’ พุ่งขึ้นถึง 23.9% ภายใน 24 ชั่วโมงล่าสุด ‘วีวีวี(VVV)’ กระโดดขึ้นอีก 16% ขณะที่ ‘เนียร์โปรโตคอล(NEAR)’ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.2% ท่ามกลางบรรยากาศตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI และบทบาทของรัฐบาลสหรัฐในฐานะ ‘ผู้กำกับดูแล’ เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์

ในมุมมองของนักลงทุน กระแสนี้จึงไม่ได้ถูกอ่านว่าเป็นเพียงข่าวเชิงเดี่ยวของแอนโทรปิก แต่เป็น ‘สัญญาณคู่’ ที่ผสมกันระหว่าง 1) แนวโน้มการออกกฎระเบียบด้านความปลอดภัย AI ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และ 2) ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์ที่ไม่ผูกกับผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่ราย ‘ความคิดเห็น’ จากบางสำนักวิเคราะห์ชี้ว่า ภายใต้สภาพตลาดที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินวอนเกาหลี อยู่แถวระดับ 1,519.50 วอนต่อดอลลาร์ ความสนใจและความไวต่อเทคโนโลยีทางเลือก รวมถึงคริปโตและโทเคน AI มีแนวโน้มจะยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขายภาพเรื่อง “ไม่ขึ้นกับรัฐและบริษัทยักษ์ใหญ่” อย่างชัดเจน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

บีเอ็นบี(BNB) ฝันแตะ 10,000–20,000 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้ติดเพดานมาร์เก็ตแคป-รีสก์ไบแนนซ์

สเปซเอ็กซ์(SPCX) เตรียม IPO มูลค่า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ดันสัดส่วนรายย่อย 30% คุมเข้มห้ามขายระยะสั้น

เวิลด์คอยน์(WLD) ร่วงแตะโซน 0.50 ดอลลาร์ แต่ Open Interest ฟิวเจอร์สพุ่ง หนุนโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น

อังกฤษคว่ำบาตร HTX เหวี่ยงแหทั้งแพลตฟอร์ม สะเทือนมาตรฐานการคว่ำบาตรคริปโตทั่วโลก

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1