โรบินฮูด(HOOD) ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ลดพนักงานประจำลง ‘10%’ หรือราว 290 คน เพื่อทำให้องค์กร ‘แบนราบ’ และยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ท่ามกลางแรงกดดันจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังและการชะลอตัวของ ‘คริปโต’ ซึ่งยังถ่วงโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาค่าธรรมเนียมการเทรด
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (เวลาท้องถิ่น) โรบินฮูดแจ้งผ่านประกาศภายในและแถลงการณ์ว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้จะรวมถึงการยกเลิกตำแหน่งงานที่ยังว่างอยู่ด้วย ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานประจำราว 2,900 คน การลดคนลง 10% จึงเท่ากับการหดตัวของโครงสร้างกำลังคนในระดับที่มองเห็นได้ชัด ‘บลัด เทเนฟ’(Vlad Tenev) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) ระบุในบันทึกภายในว่า ไม่สามารถยึดรูปแบบ ‘องค์กรที่มีชั้นลำดับยศมาก’ เป็นมาตรฐานเดิมต่อไปได้ และบริษัทจำเป็นต้อง “ยกระดับมาตรฐานผลงานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
โรบินฮูดประเมินว่า การปลดพนักงานรอบนี้จะสร้างภาระค่าใช้จ่ายราว 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแบ่งเป็น ‘ค่าชดเชยและสวัสดิการ’ ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ และ ‘ค่าใช้จ่ายจากการให้หุ้นเป็นค่าตอบแทน’ อีกประมาณ 8 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าตัวเลขเหล่านี้จะถูกบันทึกในงบการเงินช่วงไตรมาส 2 ปี 2026
แม้จะมีการปลดคน เทเนฟยังย้ำว่า ธุรกิจโรบินฮูด “แข็งแกร่งกว่าที่เคย” โดยบริษัทอ้างว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ‘ปริมาณการเทรดหุ้น ออปชัน และตลาดคาดการณ์’ (prediction markets) ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล จึงตีความการปรับโครงสร้างครั้งนี้ว่าเป็น ‘การตัดสินใจเชิงรุก’ เพื่อเพิ่มพลังการปฏิบัติงานและโฟกัสขององค์กร มากกว่าจะเป็นมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
อย่างไรก็ตาม มุมมองของตลาดยังไม่คลายกังวล โรบินฮูดรายงาน ‘รายได้และกำไรไตรมาส 1’ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะเดียวกันปริมาณซื้อขาย ‘คริปโต’ บนแพลตฟอร์มยังทรุดลงราว 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนความผันผวนของโมเดลที่พึ่งพาค่าธรรมเนียมการเทรดอย่างหนัก ‘ความคิดเห็น’ การหดตัวของวอลุ่มคริปโตในระดับนี้ทำให้รายได้จากธุรกรรมยิ่งถูกจับตา เพราะแสดงให้เห็นว่าความคึกคักของตลาดยังมีอิทธิพลสูงต่อผลประกอบการของบริษัทเทรดวัยรุ่นรายนี้
ช่วงที่ผ่านมา บริษัทในสายการเงินและคริปโตอื่นๆ อย่าง โคอินเบส(COIN) และ บล็อก(SQ) ก็ประกาศลดพนักงานพร้อมกับปรับลดชั้นผู้บริหาร เพื่อย้ำเรื่อง ‘การเพิ่มประสิทธิภาพ’ และ ‘การควบคุมต้นทุน’ เช่นกัน ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การเคลื่อนไหวของโรบินฮูด(HOOD) ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘วัฏจักรการลดค่าใช้จ่าย’ ทั่วทั้งอุตสาหกรรม มากกว่าการตัดสินใจแบบโดดเดี่ยว
โรบินฮูดระบุว่าจะยังเดินหน้าจ้าง ‘บุคลากรหลัก’ ในตำแหน่งสำคัญ และลงทุนใน ‘เทคโนโลยีล้ำสมัย’ ต่อไป แม้ไม่ได้เอ่ยคำว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ โดยตรง แต่ในมุมของคนในวงการ มองกันว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้มีโอกาสสูงที่จะนำไปสู่การใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงาน ลดต้นทุนต่อธุรกรรม และป้องกันมาร์จินไม่ให้ถูกกัดเซาะมากไปกว่านี้ ‘ความคิดเห็น’ จุดที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ปริมาณเทรดจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหรือไม่ และมาตรการลดคน-ปรับโครงสร้างจะช่วยพลิกผลประกอบการของโรบินฮูด(HOOD) ให้ดีขึ้นได้จริงเพียงใด
ความคิดเห็น 0