เว็บ3 วอลเล็ต ‘วอลเล็ต V(Wallet V)’ ซึ่งเน้นให้ผู้ใช้ ‘ถือครองและจัดการสินทรัพย์เองโดยตรง’ เปิดตัวเบนช์มาร์กเปรียบเทียบผลการเทรดของ ‘AI เทรดดิ้งเอเจนต์’ แบบโปร่งใส โดยดึงข้อมูลจากกลยุทธ์ที่ผู้ใช้ตั้งค่าไว้จริงมารวมและเปิดเผย ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ของ ‘การลงทุนคริปโตด้วย AI’ ที่วัดกันด้วย ‘ผลงานจริง’ แทนคำโฆษณา
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) จากข้อมูลที่วอลเล็ต V เผยแพร่ระบุว่า ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา แพลตฟอร์มได้ทำการวิเคราะห์ผลการเทรดของ AI เทรดดิ้งเอเจนต์จำนวน 688 ตัว ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใช้งาน และนำมาสรุปเป็นชุดข้อมูลเบนช์มาร์กสาธารณะ เอเจนต์เหล่านี้ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่(LLM) ที่ผู้ใช้เลือกเองในการตัดสินใจซื้อขาย พร้อมเชื่อมต่อไปทำคำสั่งเทรดจริงบนแพลตฟอร์มดีไฟน์อนุพันธ์อย่าง ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ และ ‘แอสเตอร์(Aster)’
จากการรวบรวมข้อมูล พบว่าประมาณ ‘42%’ ของเอเจนต์ทั้งหมดทำผลตอบแทน ‘ไม่ขาดทุนหรือดีกว่า (P&L ≥ 0)’ ขณะที่ ‘เอเจนต์ที่ทำผลงานดีที่สุด’ สามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงถึง ‘307%’ ส่วนฝั่งที่ผลงานแย่ที่สุดอยู่ที่ราว ‘-30%’ อย่างไรก็ตาม สำหรับโมเดล AI ที่มีจำนวนเอเจนต์น้อยกว่า 10 ตัว แพลตฟอร์มระบุชัดว่าเป็นเพียง ‘ข้อมูลอ้างอิง’ มากกว่าจะใช้เป็นสถิติที่มี ‘นัยสำคัญ’ ทางสถิติ
ภายใต้ระบบของวอลเล็ต V บรรดา AI เอเจนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเทรดบิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) แต่กระจายไปยังสินทรัพย์หลายประเภท ทั้งคริปโตชั้นนำอย่างบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL) รวมถึง ‘หุ้น’, ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ อย่างทองคำ เงิน น้ำมัน และ ‘ตลาดฟอเร็กซ์’ ด้วย โครงสร้างนี้ทำให้ผู้ใช้มีบทบาทหลักอยู่ที่ ‘ออกแบบกลยุทธ์’ และ ‘เลือกโมเดล AI’ ในขณะที่การส่งคำสั่งซื้อขายถูกดำเนินการผ่านแพลตฟอร์มภายนอกทั้งหมด
รูปแบบดังกล่าวสะท้อนว่าในโลกของ ‘AI เทรดดิ้ง’ จุดได้เปรียบอาจไม่ได้อยู่ที่ความเร็วหรือการนั่งเฝ้าหน้าจออีกต่อไป แต่ย้ายมาอยู่ที่ ‘การคัดเลือกโมเดล’ และ ‘การออกแบบพารามิเตอร์กลยุทธ์’ แทน
อาดัม ไค(Adam Cai) ซีอีโอของเวอร์โก กรุ๊ป(Virgo Group) ให้ความเห็นว่า “ตอนนี้ผู้ใช้เริ่ม ‘เลือกโมเดล AI’ ราวกับกำลังเลือกผู้จัดการกองทุน(PM) สักคน โดยพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา” พร้อมเสริมว่า “เบนช์มาร์กของวอลเล็ต V แสดงให้เห็นภาพของ ‘ขั้นตอนถัดไป’ ของตลาดคริปโต ว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ข้อมูลผลตอบแทนของโมเดล’ มากขึ้นเรื่อยๆ”
ด้านวอลเล็ต V วางแผนจะ ‘ขยายฟีเจอร์เบนช์มาร์ก’ ให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคต ทั้งการรองรับโมเดล AI ใหม่ๆ เพิ่มระบบ ‘ตลาดทำนาย (Prediction Market)’ การสร้างพรอมต์เฉพาะบุคคล และฟังก์ชัน ‘โคไพลอตวิเคราะห์การเทรด’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจพฤติกรรมและประสิทธิภาพของเอเจนต์ได้ชัดเจนขึ้น
‘ความคิดเห็น’ การเปิดเผยมาตรฐานเบนช์มาร์กเช่นนี้กำลังผลักให้ตลาด AI เทรดดิ้งก้าวข้ามการเป็นแค่ระบบอัตโนมัติ ไปสู่การแข่งขันบนฐาน ‘ข้อมูลผลการดำเนินงาน’ อย่างเต็มตัว กลยุทธ์การลงทุนที่เคยพึ่ง ‘สัญชาตญาณของมนุษย์’ เริ่มเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ ‘ข้อมูล’, ‘เมตริก’ และ ‘ประสิทธิภาพของโมเดล’ มากขึ้น
ในระยะถัดไป ‘การเปรียบเทียบและยืนยันผลงานของโมเดล AI’ อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดคริปโต นักลงทุนจะมีเกณฑ์การตัดสินใจที่พึ่งพา ‘ข้อมูลเชิงประจักษ์’ มากกว่าคำบอกเล่า ส่งผลให้โครงสร้างการแข่งขันในตลาดเงินดิจิทัลถูกจัดระเบียบใหม่รอบ ‘ผลงานจริง’ ของโมเดล AI และชุดกลยุทธ์ที่อยู่เบื้องหลัง
ความคิดเห็น 0