แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตยักษ์ใหญ่อย่าง ‘คอยน์เบส(COIN)’ เร่งเดินหน้าสู่การเป็น ‘ซูเปอร์แอป’ ด้านการลงทุนเต็มรูปแบบ หลังเปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ย้ายพอร์ตหุ้นและกองทุนอีทีเอฟ(ETF) จากโบรกเกอร์อื่นเข้ามาไว้ที่คอยน์เบสได้โดยตรงแบบไม่ต้องขายสินทรัพย์ก่อน ขยายบทบาทจากแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตสู่ ‘ศูนย์กลางการลงทุน’ ที่รวมทั้งสินทรัพย์ดิจิทัลและการเงินดั้งเดิมไว้ในที่เดียว
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph คอยน์เบสประกาศอัปเดตฟีเจอร์ผ่านบริการ ‘คอยน์เบส แอดวานซ์(Coinbase Advanced)’ เพิ่มความสามารถในการซื้อขายหุ้นและอีทีเอฟให้กว้างขึ้น จากเดิมที่ผู้ใช้เข้าถึงหุ้นราว 6,000 รายการอยู่แล้ว จุดสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือการรองรับระบบโอนย้ายพอร์ตผ่านบริการโอนบัญชีหลักทรัพย์อัตโนมัติของสหรัฐฯ หรือระบบ ‘ACATS’ ทำให้นักลงทุนสามารถโอนหุ้นและเงินสดจากโบรกเกอร์รายอื่นมายังคอยน์เบสได้โดยไม่ต้องปิดสถานะหรือขายสินทรัพย์ก่อน ‘ความคิดเห็น’ ฟีเจอร์นี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คอยน์เบสกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักในการรวมพอร์ตการลงทุนของผู้ใช้
โฆษกของคอยน์เบสระบุว่า ผู้ใช้สามารถเคลื่อนย้ายทั้งหลักทรัพย์และเงินสดระหว่างบัญชีโบรกเกอร์ได้โดยตรงผ่านระบบใหม่ นอกจากนั้น การอัปเดตล่าสุดยังมาพร้อมข้อเสนอ ‘เทรดฟรีค่าคอมมิชัน’ เครื่องมือกราฟจาก ‘TradingView’ ฟังก์ชันซื้อหุ้นแบบเศษส่วน และผลตอบแทนสูงสุดราว 3.5% ต่อปีสำหรับยอดคงเหลือในเหรียญ ‘ยูเอสดีซี(USDC)’ ที่เข้าเกณฑ์ ‘คำ’ยูเอสดีซี(USDC) จึงถูกดันให้มีบทบาททั้งในฐานะสเตเบิลคอยน์และสินทรัพย์สภาพคล่องในระบบนิเวศของคอยน์เบสมากขึ้น
คอยน์เบสยังวางโรดแมปบริการลงทุนชุดใหญ่ในระยะถัดไป ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์อนุพันธ์คริปโตและหุ้น เช่น ออปชันคริปโตและหุ้น ดัชนีธีมแบบสัญญาฟิวเจอร์สถาวร (perpetual futures) รวมถึงฟิวเจอร์สที่อ้างอิงหุ้นนอกตลาด (pre-IPO / private shares) และการขยาย ‘ตลาดทำนายผล’ หรือ prediction markets ให้ครอบคลุมสินทรัพย์และเหตุการณ์มากขึ้น สำหรับผู้ใช้ในต่างประเทศ คอยน์เบสเตรียมเปิดให้ลงทุนใน ‘หุ้นโทเค็นไนซ์’ ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ซึ่งจะเชื่อมสะพานระหว่างหุ้นดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัลให้แนบแน่นกว่าเดิม
การขยายบริการครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดศึกโดยตรงกับแพลตฟอร์มฟินเทครายใหญ่อย่าง ‘โรบินฮู้ด(Robinhood)’ และโบรกเกอร์ออนไลน์เจ้าอื่นๆ เพราะเมื่อผู้ใช้สามารถซื้อขาย ‘หุ้น, ETF และคริปโต’ ผ่านบัญชีเดียวบนคอยน์เบสได้อย่างครบวงจร ‘คำ’แพลตฟอร์มที่กลายเป็นศูนย์รวมสินทรัพย์ทุกประเภทย่อมเพิ่มทั้งความสะดวก ความถี่ในการเทรด และเวลาที่ผู้ใช้ใช้บนระบบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเสริม
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการเดินหน้าเป็น ‘ซูเปอร์แอป’ คือความผันผวนสูงของรายได้จากธุรกิจซื้อขายคริปโตของคอยน์เบส ในไตรมาส 4 ปีก่อน บริษัทได้รับอานิสงส์จากแรงซื้อหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ และบูมของตลาดคริปโต ส่งผลให้รายได้พุ่งขึ้นถึงราว 130% แต่ในไตรมาส 1 ปีนี้ ภาวะตลาดซบเซาทำให้คอยน์เบสรายงาน ‘ขาดทุน’ ราว 1.49 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมีรายได้ประมาณ 1.41 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ‘ความคิดเห็น’ โครงสร้างรายได้ที่ผูกกับวอลุ่มเทรดคริปโตเป็นหลัก ทำให้บริษัทต้องเร่งสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากหุ้น อีทีเอฟ และผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่น เพื่อลดการพึ่งพารอบวัฏจักรของตลาดคริปโต
ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า ดันค่าเงินวอนเกาหลีมาอยู่แถวระดับ 1,509.60 วอนต่อดอลลาร์ การที่คอยน์เบสขยายบริการจากสินทรัพย์ดิจิทัลไปสู่การเงินดั้งเดิมอย่างเต็มตัว สะท้อนภาพการแข่งขันในสมรภูมิ ‘แพลตฟอร์มเทรดแบบครบวงจร’ ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ‘คำ’คำถามสำคัญคือคอยน์เบสจะสามารถสร้างสมดุลระหว่างรายได้จากคริปโตและสินทรัพย์ดั้งเดิมได้มากน้อยแค่ไหน และจะลดความเสี่ยงจากผลประกอบการที่เหวี่ยงตามสภาพตลาดคริปโตได้จริงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้วัดความยั่งยืนของโมเดล ‘ซูเปอร์แอปการลงทุน’ ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0