บิตคอยน์(BTC) แสดงภาวะ ‘อ่อนแรงเมื่อเทียบเชิงสัมพัทธ์’ แม้บรรยากาศการลงทุนโลกจะผ่อนคลายจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งแรงก็ตาม
เมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์(BTC) ขยับขึ้นแตะบริเวณ 67,217 ดอลลาร์ หรือราว 1.03 ล้านบาท ก่อนจะอ่อนลงมาแถว 66,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.02 ล้านบาท) ในวันที่ 18 ทำให้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเพียงราว 0.3% เท่านั้น ขณะที่ดัชนีหุ้นสหรัฐหลักอย่าง ‘เอสแอนด์พี500’ พุ่งขึ้นถึง 1.7% และ ‘แนสแด็ก100’ ทะยานกว่า 3.1% สะท้อนกระแสการเก็งกำไรในตลาดทุนที่ร้อนแรงกว่าตลาดคริปโตอย่างชัดเจน
แรงหนุนสำคัญในรอบนี้มาจากความหวังต่อความคืบหน้า ‘ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน’ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ และเอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม อย่างไรก็ตาม ราคาบิตคอยน์(BTC) กลับตอบสนองต่อปัจจัยบวกดังกล่าวค่อนข้างจำกัด สวนทางกับการดีดตัวของดัชนีหุ้นสหรัฐที่สะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนได้ชัดเจนกว่า
ในฝั่งตลาดคริปโต นักลงทุนจำนวนมากมองว่าปัจจัย ‘สภาพคล่อง’ และ ‘จิตวิทยาการลงทุน’ ยังเป็นตัวแปรหลักที่กดดันราคา กระแสเงินทุนจากสถาบันที่เคยไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งผ่านกองทุนและผลิตภัณฑ์ลงทุนในบิตคอยน์ เริ่มชะลอตัวลง ขณะเดียวกัน แรงขายทำกำไรระยะสั้นก็ยังโผล่ออกมาเรื่อย ๆ จนจำกัดช่วงการฟื้นตัวของราคา
อีกมุมหนึ่ง มีการจับตาว่าบิตคอยน์(BTC) อาจไม่ได้เคลื่อนไหวในฐานะ ‘สินทรัพย์เสี่ยงเชิงเติบโตสูง’ แบบเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีอีกต่อไป ความสัมพันธ์เชิงสหสัมพันธ์กับดัชนีแนสแด็กที่เคยสูงในอดีต เริ่มลดลงในช่วงหลัง ทำให้หลายฝ่ายมองว่า บิตคอยน์กำลังเข้าสู่โหมดการเคลื่อนไหวที่ ‘เป็นอิสระมากขึ้น’ จากตลาดหุ้นสหรัฐ
‘ความคิดเห็น’ บางส่วนชี้ว่า ภาพนี้อาจเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่ง การแยกตัวจากตลาดหุ้นอาจช่วยให้บิตคอยน์ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้นักลงทุนสถาบันที่คุ้นชินกับการมองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เสี่ยงเชิงเติบโต อาจลังเลที่จะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในระยะสั้น
ในเชิงเทรดดิ้ง นักวิเคราะห์หลายรายเห็นตรงกันว่าตลาดบิตคอยน์(BTC) ขณะนี้ ‘ขาดแรงขับเคลื่อนชัดเจน’ แม้จะมีปัจจัยบวกในระดับมหภาค ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่คลี่คลาย และบรรยากาศรับความเสี่ยงที่กลับมาในตลาดหุ้น แต่การตอบสนองของราคาบิตคอยน์ที่ค่อนข้างนิ่ง สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโตยังไม่ฟื้นเต็มที่
ไปข้างหน้า ทิศทางของบิตคอยน์(BTC) น่าจะต้องพึ่งพา ‘ปัจจัยกระตุ้นเชิงรูปธรรม’ มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวของสภาพคล่องโลก การกลับมาของเงินทุนสถาบันในปริมาณมาก หรือดีลเชิงโครงสร้าง เช่น การรับรองผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ ในตลาดทุน หากไม่มีตัวเร่งลักษณะดังกล่าว การเคลื่อนไหวตอนนี้จึงถูกตีความว่าเป็นเพียง ‘การดีดตัวจำกัดในกรอบขาขึ้นเดิม’ มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบกระทิงใหญ่รอบใหม่สำหรับบิตคอยน์(BTC)
ความคิดเห็น 0