Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ริปเปิลได้ไฟเขียว MiCA ยุโรป ดัน RLUSD เป็นพระเอก แต่ราคาเอ็กซ์อาร์พี(XRP) ร่วงต่อ 5%

ริปเปิล(Ripple)이 유럽 규제 허들을 넘었지만 ‘엑ซ์อาร์พี(XRP)’ กลับร่วงลงต่อเนื่อง ตลาดมองดีลนี้เป็นเพียงดีล ‘ปูพื้นฐานโครงสร้างพื้นฐาน’ มากกว่าจะเป็นตัวกระตุ้น ‘อุปสงค์โดยตรง’ ต่อโทเคน

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ริปเปิลได้รับหนังสืออนุมัติล่วงหน้าในฐานะ ‘ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(CASP)’ ภายใต้กรอบกำกับดูแลคริปโตของสหภาพยุโรป ‘มีกา(MiCA)’ จากคณะกรรมการกำกับดูแลการเงินลักเซมเบิร์ก(CSSF) ทำให้ริปเปิลมีฐานทางกฎหมายในการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับในพื้นที่เศรษฐกิจยุโรป(EEA) ทั้ง 30 ประเทศได้ในอนาคต ทว่าหลังประกาศ ราคา *เอ็กซ์อาร์พี(XRP)* กลับร่วงอีกราว 3% และในกรอบ 24 ชั่วโมงอ่อนตัวรวมราว 5% มาซื้อขายที่บริเวณ 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,689 บาท) สอดคล้องกับภาพรวมตลาดคริปโตที่เผชิญแรงขายและรับแรงกดดันด้านลบไม่อยู่

ยอมรับได้ว่า การได้ *ใบอนุญาต CASP ภายใต้ MiCA* เป็นความคืบหน้าด้านกำกับดูแลครั้งสำคัญของริปเปิล แต่เนื้อหาหลักของประกาศครั้งนี้กลับโฟกัสไปที่ ‘สเตเบิลคอยน์ RLUSD’ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินของริปเปิลมากกว่าโทเคน XRP เอง ในเอกสารบริษัท XRP ถูกระบุเพียงในฐานะ ‘องค์ประกอบเบื้องหลัง’ ที่ช่วยขับเคลื่อนเครือข่าย เป็นเสมือนฟันเฟืองรอง ไม่ใช่พระเอกของเรื่อง

จุดสำคัญของดีลนี้คือ ‘การขยายอินฟรา’ ริปเปิลระบุว่า ภายใต้กรอบ EMI+CASP ใหม่ ธนาคารยุโรป ฟินเทค และภาคธุรกิจ จะสามารถจัดการการชำระเงิน การแลกเปลี่ยนเงิน และการโอนเงินข้ามประเทศผ่านระบบเดียวแบบรวมศูนย์ได้ ‘คำ’ ซึ่งมีความหมายอย่างมากต่อการหาลูกค้าสถาบันและลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ในเชิงโครงสร้างไม่ได้แปลว่า ‘ต้องมีการซื้อ XRP เพิ่มโดยตรง’ อุปสงค์ต่อโทเคนจึงไม่ได้ผูกติดอย่างเข้มกับการเติบโตของแพลตฟอร์ม

ในเชิงกฎหมาย ใบอนุมัติครั้งนี้อยู่ในรูปแบบ ‘green light letter’ หรือใบอนุญาตเบื้องต้น ซึ่งจะกลายเป็นการปฏิบัติตาม MiCA อย่างเต็มรูปแบบเมื่อริปเปิลดำเนินการตามเงื่อนไขทั้งหมดครบถ้วน จุดที่ทำให้ริปเปิลแตกต่างจากผู้เล่นรายอื่นคือ บริษัทมีใบอนุญาตสถาบันเงินอิเล็กทรอนิกส์(EMI) อยู่แล้ว หากนำ EMI มาผสานกับ CASP ก็จะได้โครงสร้างกำกับดูแลที่ค่อนข้างครบวงจร

อย่างไรก็ตาม ‘สถานะของ RLUSD’ กลับกลายเป็นตัวแปรใหญ่ภายใต้กฎ MiCA เพราะแม้ CASP จะครอบคลุมบริการสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ ‘การออกสเตเบิลคอยน์’ ต้องอยู่ภายใต้กรอบเฉพาะตัวต่างหาก โดยเฉพาะสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกจำกัดการใช้งานเป็นสื่อกลางชำระเงินใน EU อย่างชัดเจน

ตอนนี้ เทเธอร์(USDT) แทบไม่มีพื้นที่ในยุโรป ขณะที่เซอร์เคิล(Circle) เคลื่อนตัวเร็วกว่า โดยทำให้ USDC และ EURC ถูกกฎหมายภายใต้โครงสร้าง EMI ไปก่อนหน้าแล้ว ‘คำ’ คำถามคือ RLUSD จะถูกจัดวางไว้ตรงไหนในภูมิทัศน์ใหม่นี้ สถานะของมันจะใกล้เคียง USDT ที่ถูกบีบพื้นที่ หรือสามารถยืนเคียงไหล่ USDC/EURC ที่อยู่ใต้กรอบ EMI แบบเดียวกันได้หรือไม่ สำหรับนักลงทุนสถาบัน ประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจนพอ ทำให้หลายฝ่ายเลือกจะ ‘รอดู’ มากกว่าเร่งนำ RLUSD ไปใช้จริง

ในมุมของจังหวะเวลา ริปเปิลถือว่าเข้าตลาดยุโรปด้าน MiCA ค่อนข้างช้า กรอบกฎหมาย MiCA เริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ 2024 ขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ทั้งเซอร์เคิล, คอยน์เบส, คราเคน เดินหน้าเรื่องใบอนุญาตไปไกลและคาดว่าปิดขั้นตอนหลัก ๆ ได้ภายใน 2025 ไปแล้ว ริปเปิลจึงต้องเลือกใช้กลยุทธ์แตกต่างคือ ‘โครงสร้าง EMI+CASP แบบผสาน’ พร้อมอ้างพอร์ตโฟลิโอระดับโลก ทั้งการประมวลผลธุรกรรมมูลค่ามากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 153.6 ล้านล้านบาท) ในกว่า 60 ตลาดทั่วโลก และการถือใบอนุญาตมากกว่า 75 ใบ เพื่อสร้างภาพของ ‘รางชำระเงินโลกภายใต้กรอบกำกับเดียว’

แม้ภาพกลยุทธ์นี้จะดูแข็งแรง แต่ ‘โครงสร้างรายได้’ กลับเอียงไปทาง RLUSD เป็นหลัก รายได้ที่ขยายตัวมีแนวโน้มจะมากับบริการสเตเบิลคอยน์และโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน ส่วน XRP ยังทำหน้าที่หลักเป็นสภาพคล่องภายในเครือข่าย เป็นตัวเชื่อมธุรกรรมระหว่างสกุลเงินต่าง ๆ มากกว่าจะเป็นตัวสร้างรายได้ตรงหรือกระตุ้นดีมานด์ฝั่งตลาดสปอต

ในชุมชน XRP ประเด็นนี้กลายเป็นข้อถกเถียงมาพักใหญ่ โดยเฉพาะหลังงาน ‘สเวลล์ 2026’ ซึ่งฝ่ายบริหารของริปเปิลทุ่มสปอตไลต์ให้การพัฒนา RLUSD อย่างชัดเจน ขณะที่ผลตอบแทนราคาของ XRP ยังซบเซา เสียงวิจารณ์จากนักลงทุนรายย่อยเริ่มดังขึ้นว่า บริษัทกำลังสร้าง ‘Ripple the company’ ให้แข็งแกร่ง แต่ปล่อยให้ ‘XRP the token’ อยู่แถวหลัง ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ยุทธศาสตร์ที่วาง RLUSD เป็นศูนย์กลางจึงดูจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่ชะลอ

เมื่อโยงทั้งหมดกลับมาที่ *การอนุมัติ MiCA รอบนี้* ภาพที่สะท้อนออกมาค่อนข้างชัด คือ ริปเปิลกำลังเร่งตัวเองให้เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่เป็นมิตรกับหน่วยงานกำกับทั่วโลก โดยมี ‘RLUSD’ เป็นผลิตภัณฑ์หลัก ขณะที่ *เอ็กซ์อาร์พี(XRP)* ถูกวางให้เป็นเทคโนโลยีเบื้องหลังและกลไกสภาพคล่อง มากกว่าจะเป็นสินทรัพย์หลักสำหรับการเก็งกำไรหรือการลงทุนระยะยาว

"ความคิดเห็น" มุมมองนี้อธิบายปฏิกิริยาตลาดที่ค่อนข้างเย็นชาได้ดี การที่ราคาย่อลงหลังข่าว ไม่ได้แปลว่าตลาดเมินความคืบหน้าด้านกำกับดูแลของริปเปิล แต่เพราะ ‘ตัวข่าวเอง’ ไม่มีองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกับดีมานด์ของ XRP อย่างเป็นรูปธรรมมากพอ นักลงทุนจึงไม่เห็นเหตุผลชัดเจนที่จะต้องราคาขึ้นแรงตามข่าว ส่งผลให้การอนุมัติ MiCA ครั้งนี้ถูกตีความว่าเป็น ‘บวกต่อบริษัทและโครงสร้างพื้นฐาน’ มากกว่าเป็น ‘ตัวเร่งการขึ้นของราคาเอ็กซ์อาร์พี(XRP)’ ในระยะสั้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1