ตลาด ‘การจ้างงานคริปโต’ เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวอีกครั้ง แต่ภาพรวมยังห่างไกลจากช่วงพีคในปี 2022 โดยความต้องการบุคลากรกำลังย้ายจากสายขยายธุรกิจแบบเดิม ไปสู่ตำแหน่งด้าน ‘การกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์’ และ ‘การดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐาน’ อย่างชัดเจน รายงานล่าสุดของ ไทเกอร์รีเสิร์ช(Tiger Research) ระบุว่า ณ เดือนมิถุนายน 2026 มีประกาศรับสมัครงานคริปโตทั่วโลกที่ยังเปิดอยู่ 2,932 ตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาด ‘การจ้างงานคริปโต’ ยังไม่กลับไปสู่ระดับสูงสุดเดิม แต่ความต้องการกำลังกระจุกตัวในกลุ่มศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ สเตเบิลคอยน์ และระบบชำระเงินมากขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวมาจากการติดตามและรวบรวมประกาศงานจาก web3.career, cryptocurrencyjobs.co, หน้ารับสมัครงานของบริษัทหลัก รวมถึงแพลตฟอร์มในเกาหลีใต้อย่าง Wanted และ JobKorea โดยคัดออกงานลักษณะ DAO contributor, ฟรีแลนซ์ และคอนแทรกต์ เพื่อให้เห็นโครงสร้างความต้องการแรงงานที่แท้จริงในปัจจุบันของตลาด ‘การจ้างงานคริปโต’
ในเชิงวัฏจักร ช่วงรุ่งเรืองที่สุดของ ‘การจ้างงานคริปโต’ อยู่ในปลายปี 2021 ต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ บิตคอยน์(BTC) และ อีเธอเรียม(ETH) ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะเดียวกันกระแสโทเคนไม่สามารถทดแทนกันได้(NFT), การเงินแบบกระจายศูนย์(DeFi) และ GameFi ก็ผลักดันให้ศูนย์ซื้อขาย โปรโตคอล และมาร์เก็ตเพลสเร่งขยายทีมอย่างหนัก ในเวลานั้น แพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Coinbase, Kraken และ Binance เปิดรับคนพร้อมกันหลายร้อยตำแหน่ง
อย่างไรก็ดี บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 ไทเกอร์รีเสิร์ช(Tiger Research) ระบุว่า งานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในอเมริกาเหนือและยุโรปลดลงราว 40% ระหว่างปี 2022 ถึง 2023 และหลังการล่มสลายของ FTX ตลาด ‘การจ้างงานคริปโต’ ก็เข้าสู่ภาวะซบเซาอย่างชัดเจน แม้ข้อมูลของ Coincub จะชี้ว่าในปี 2025 มีตำแหน่งงานคริปโตใหม่ทั่วโลก 66,494 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน แต่ก็ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในปี 2022 อยู่ดี ขณะที่ในเดือนมกราคม 2026 จำนวนประกาศงานใหม่ของผู้เล่นรายใหญ่ยังลดลงประมาณ 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างของบริษัทในอุตสาหกรรม โดย วีเมด และ คอนเซนซิส เริ่มลดพนักงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ก่อนที่ในปี 2026 กระแสดังกล่าวจะขยายไปยังบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Coinbase, Gemini, Crypto.com และ Kraken โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม 2026 ที่ Gemini, Crypto.com, Algorand, OP Labs, PIP Labs และ Messari ต่างประกาศลดคนในช่วงเวลาใกล้กัน สะท้อนแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะตลาดชะลอตัว และความท้าทายด้านความสามารถทำกำไร
แม้เหตุผลของการปลดพนักงานจะต่างกันบ้าง แต่ทิศทางโดยรวมกลับคล้ายกัน Algorand อ้างปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและราคาของโทเคนที่อ่อนตัว ส่วน Crypto.com และ Gemini ชูการผสาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ขณะที่ Coinbase ประกาศชัดว่าต้องการเปลี่ยนผ่านสู่บริษัทแบบ “AI-native” สิ่งนี้บ่งชี้ว่า ‘การจ้างงานคริปโต’ ไม่ได้แค่หดตัว แต่กำลังถูกปรับใหม่ภายใต้ตรรกะของระบบอัตโนมัติและการเพิ่มผลิตภาพ
ในมิติภูมิศาสตร์ การจ้างงานกำลังไหลเข้าสู่เขตอำนาจที่เป็นมิตรต่อกฎระเบียบมากขึ้น แม้งานระยะไกลยังมีสัดส่วนสูงสุดที่ 40.2% ของประกาศทั้งหมดในครึ่งแรกของปี 2026 แต่งานที่ต้องเข้าออฟฟิศกลับกระจุกตัวในสหรัฐ 21.8% สิงคโปร์ 5.9% และฮ่องกง 4.2% ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่กรอบกำกับดูแลมีความชัดเจนมากขึ้น นี่สะท้อนว่าอุตสาหกรรมที่เคยอ้างภาพการทำงานไร้พรมแดน กำลังกลายเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความสามารถด้านใบอนุญาตและการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นมากกว่าเดิม
เมื่อดูตามสายงาน ความเปลี่ยนแปลงยิ่งเห็นชัด ในจำนวนประกาศงานที่ยังเปิดอยู่ 2,932 ตำแหน่ง สายวิศวกรรมยังมากที่สุดที่ 999 ตำแหน่ง หรือ 34.1% แปลว่าแม้ตลาดจะเย็นลง แต่การพัฒนาเทคโนโลยียังเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจคือสาย ‘การกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์’ และกฎหมาย ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 10.4% ทั้งที่ในอดีตแทบไม่ได้ถูกมองเป็นหมวดหลักแบบปัจจุบัน
หากแยกดูเฉพาะกลุ่มศูนย์ซื้อขาย ภาพนี้ยิ่งเด่นชัด จากประกาศงานที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ซื้อขายทั้งหมด 904 ตำแหน่ง สายวิศวกรรมครองอันดับ 1 ที่ 30.4% ขณะที่สาย ‘การกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์’ และกฎหมาย ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 16.0% ส่วนสายพัฒนาธุรกิจและการขายมีเพียง 6.7% เท่านั้น ตัวเลขนี้หมายความว่าศูนย์ซื้อขายรายใหญ่เลือกทุ่มทรัพยากรไปที่การป้องกันความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและการควบคุมภายใน มากกว่าการเร่งขยายฐานลูกค้าเหมือนในอดีต
การเปลี่ยนแปลงเชิงกฎเกณฑ์เป็นตัวเร่งสำคัญ สหภาพยุโรปเริ่มใช้กรอบ MiCA อย่างจริงจัง ทำให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเร่งขอใบอนุญาตและเสริมทีมด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะที่ในเกาหลีใต้ หลังการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้ใช้สินทรัพย์เสมือน บริษัทต่าง ๆ ก็แข่งขันกันหาบุคลากรสายกำกับดูแลมากขึ้น รายงานระบุว่าสัดส่วนงาน ‘การกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์’ ในเกาหลีใต้อยู่ที่ 18.4% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 10.4% อย่างมีนัยสำคัญ
ในทางกลับกัน บางสายงานกำลังถูกลดความสำคัญลงอย่างชัดเจน งานด้านคอนเทนต์ การดูแลชุมชน และการตลาดเชิงพื้นฐาน ซึ่งเคยสำคัญมากในยุคขยายคอมมูนิตี้และขายโทเคน กำลังถูกดันไปอยู่ลำดับรอง รายงานสำรวจบางชิ้นยังมองว่าสายงานเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีโอกาสถูก AI เข้ามาแทนที่ได้ก่อน เพราะเป็นงานที่มีความซ้ำสูงและอยู่ภายใต้แรงกดดันจากระบบอัตโนมัติ
หากดูตามภาคธุรกิจ ศูนย์ซื้อขายแบบรวมศูนย์ยังเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักของ ‘การจ้างงานคริปโต’ โดยคิดเป็น 904 ตำแหน่ง หรือ 30.8% ของทั้งหมด ผู้เล่นที่เปิดรับมากสุดได้แก่ OKX 267 ตำแหน่ง, Bybit 138 ตำแหน่ง และ Binance 135 ตำแหน่ง ส่วนกลุ่มสเตเบิลคอยน์และการชำระเงินมี 392 ตำแหน่ง หรือ 13.4% อยู่อันดับ 2 แต่ความต้องการยังค่อนข้างกระจุกในบริษัทขนาดใหญ่อย่าง เทเธอร์ และ ริปเปิล(XRP) มากกว่าจะกระจายทั่วทั้งอุตสาหกรรม
อีกมุมหนึ่งที่น่าสังเกตคือการขยับเข้าสู่ความเป็นสถาบันมากขึ้น กลุ่มมาร์เก็ตเมกกิงและการเทรดมีประกาศงาน 101 ตำแหน่ง หรือ 3.4% มากพอจะถูกจัดเป็นภาคส่วนเฉพาะได้แล้ว บริษัทอย่าง B2C2, GSR, Keyrock และ Wintermute มีบทบาทชัดขึ้น สะท้อนว่า ‘การจ้างงานคริปโต’ ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยกระแสเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังพึ่งพาเงินทุนสถาบันและระบบจัดหาสภาพคล่องที่เป็นโครงสร้างมากขึ้น
ตรงกันข้าม กลุ่มเกมและ NFT กลับเหลือเพียง 71 ตำแหน่ง หรือ 2.4% ของทั้งหมด ทั้งที่เคยเป็นหนึ่งในภาพแทนสำคัญของเว็บ3 ในช่วงก่อนหน้า หากเทียบกับอดีตที่งานด้านคอมมูนิตี้และโทเคนมาร์เก็ตติ้งถูกให้ความสำคัญสูง ปัจจุบันตลาดกลับให้ค่ากับบุคลากรที่ทำงานเชิงปฏิบัติการ เช่น การบริหารศูนย์ซื้อขาย ระบบชำระเงิน การจัดการความเสี่ยง และการรับมือกฎระเบียบมากกว่า
อีกแรงขับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ AI โดยในตลาดแรงงานโลกโดยรวม ความต้องการทักษะ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอุตสาหกรรมคริปโตก็ไม่ต่างกัน ข้อมูลในรายงานระบุว่าสัดส่วนประกาศงานที่กล่าวถึงทักษะ AI เพิ่มจาก 23% ในช่วงต้นปี 2025 เป็น 53.1% ในเดือนมีนาคม 2026 แสดงให้เห็นว่าบริษัทต่าง ๆ ต้องการใช้คนน้อยลงแต่ทำงานได้มากขึ้น และเริ่มมองความสามารถในการใช้ AI เป็นคุณสมบัติหลักของผู้สมัคร
ท้ายที่สุด รายงานของ ไทเกอร์รีเสิร์ช(Tiger Research) ชี้ว่า ‘การจ้างงานคริปโต’ ในรอบนี้ไม่ใช่แค่ภาวะชะลอตัวธรรมดา แต่เป็นการปรับโครงสร้างเชิงคุณภาพของทั้งอุตสาหกรรม ความต้องการกำลังเปลี่ยนจากบุคลากรสายขยายตัวแบบยุคเก็งกำไร ไปสู่ผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานใกล้เคียงภาคการเงินและฟินเทคมากขึ้น
“ความคิดเห็น” ภาพที่เห็นจึงอาจเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมคริปโตเริ่มโตพอจะให้ความสำคัญกับ ‘การกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์’ เทียบเท่าการสร้างผลิตภัณฑ์แล้ว และเมื่อ ‘การจ้างงานคริปโต’ ให้รางวัลกับทักษะด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน สเตเบิลคอยน์ และระบบซื้อขายมากขึ้น ก็อาจหมายความว่าตลาดกำลังเดินออกจากยุคเล่าเรื่องหวือหวา ไปสู่ยุคของการสร้างระบบที่ใช้งานได้จริงมากกว่าเดิม
ความคิดเห็น 0