ราคา ‘ริปเปิล(XRP)’ ยังไม่แสดงสัญญาณรีบาวด์ชัดเจน แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากฝั่งอังกฤษ เมื่อมีข้อเสนออย่างเป็นทางการในรัฐสภาให้ใช้ ‘XRPL(เอ็กซ์อาร์พีเลดเจอร์)’ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน ‘การเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ’ สถานการณ์จึงเริ่มชัดขึ้นว่า แม้ราคา XRP จะนิ่ง แต่โอกาสในการถูก ‘ภาคสถาบัน’ นำไปใช้งานจริงกลับขยายตัวมากขึ้น
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานจากเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมของรัฐสภาสหราชอาณาจักร ระบุว่า ดร.คริส โคแมก ได้เสนอโมเดลการเงินเชิงโครงสร้างรูปแบบใหม่ชื่อ ‘Climate-Linked Contingent Securities (Cl oCos)’ หรือ ‘ตราสารหนี้เชื่อมโยงสภาพภูมิอากาศ’ เป้าหมายคือดึง ‘ทุนเอกชน’ เข้ามาใช้สนับสนุนโครงการพลังงานหมุนเวียนและโครงการลดการปล่อยคาร์บอน โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐโดยตรง
รายงานดังกล่าวระบุชัดว่า ระบบชำระราคาและบันทึกข้อมูลของโมเดล Cl oCos จะอิงอยู่บนเครือข่าย ‘XRP เลเจอร์(XRPL)’ โดยมองว่าเป็นบล็อกเชนที่เหมาะสมสำหรับโปรแกรมทดลองด้านกฎระเบียบ (Regulatory Pilot) ซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักลงทุนสถาบัน โครงสร้างนี้ถูกออกแบบให้ทำงานเป็น 4 ขั้นตอนคือ ‘ออกตราสาร – ติดตาม – ทริกเกอร์ – จัดสรรเงินทุน’ โดยใช้ XRPL เป็นโครงกระดูกเบื้องหลังทั้งหมด
ในเชิงเทคนิค ‘XRPL’ จะถูกใช้ในการบันทึกและยืนยัน ‘กรรมสิทธิ์’ ของนักลงทุนในตราสาร Cl oCos ติดตามผลการดำเนินงานของโครงการพลังงานสะอาดแบบเรียลไทม์ และยืนยันกระบวนการจ่ายเงินหรือจัดสรรงบเมื่อโครงการบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุในสัญญา ข้อดีคือทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โปร่งใส และลดต้นทุนการตรวจสอบสำหรับหน่วยงานกำกับดูแล รวมถึงนักลงทุนสถาบันที่ต้องการหลักฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ
‘ความคิดเห็น’ การที่ XRPL ถูกใส่ชื่อแบบระบุตรงๆ ในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ นับเป็นอีกสัญญาณหนึ่งของการเลื่อนชั้นจากบล็อกเชนเชิงทดลอง สู่โครงสร้างพื้นฐานที่ถูกมองว่าใช้ได้จริงในโลกการเงินสีเขียว (Green Finance) มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ข่าวด้าน ‘การยอมรับจากภาคนโยบาย’ จะเริ่มชัด แต่ราคา ‘XRP’ เองยังคงนิ่งสนิท ล่าสุด XRP เคลื่อนไหวราว 1.07 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,653 บาท โดยยังยืนเหนือแนวรับสำคัญบริเวณ 1.05 ดอลลาร์ (ประมาณ 1,622 บาท) ได้แบบหวุดหวิด ภาวะดังกล่าวสะท้อนว่าแรงซื้อยังไม่มากพอจะกลับทิศเป็นขาขึ้นเต็มตัว แต่ฝั่งขายก็ไม่ได้รุนแรงจนหลุดโครงสร้างราคาเดิม
มูลค่าการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แถว 2.24 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าอยู่ในโซนกลางๆ ไม่ใช่ภาวะเก็งกำไรเดือดจัด และไม่ใช่ช่วงซบเซาจนไร้สภาพคล่อง ภาพรวมตลาดของ XRP จึงค่อนข้างเป็นกลาง (Neutral) ทั้งในมิติราคาและปริมาณซื้อขาย
ในเชิงเทคนิค แนวต้านระยะสั้นของ ‘XRP’ อยู่ในกรอบประมาณ 1.11–1.13 ดอลลาร์ ขณะที่ระดับ ‘เบรกเอาต์’ สำคัญถูกจับตาแถว 1.16 ดอลลาร์ หากราคาสามารถปิดแท่งรายวันเหนือโซนนี้ได้อย่างชัดเจน โอกาสกลับขึ้นไปทดสอบโซน 1.20 ดอลลาร์อีกครั้งจะเปิดกว้างขึ้น แต่ตราบใดที่ยังคงถูกกดให้อยู่ใต้แนวนี้ ความน่าจะเป็นสูงสุดคือการแกว่งตัวในกรอบ 1.05–1.13 ดอลลาร์ต่อไป
ด้านลบ ถ้าแนวรับ 1.05 ดอลลาร์ถูกทุบจนหลุดลงมา อาจเปิดทางให้แรงขายเพิ่มขึ้น เพราะเป็นระดับที่เทรดเดอร์จำนวนไม่น้อยใช้เป็นจุด ‘ตัดขาดทุน (Stop Loss)’ หรือจุดสลับพอร์ตออกจาก XRP ไปหาสินทรัพย์อื่นที่มีโมเมนตัมดีกว่า
ระหว่างที่ ‘XRP’ ยังหาทิศทางไม่ได้ ก็เริ่มเห็นสัญญาณว่าส่วนหนึ่งของเงินทุนเก็งกำไรไหลออกไปยังโปรเจกต์ ‘โครงสร้างพื้นฐานระยะเริ่มต้น’ ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่า ตัวอย่างที่ได้รับความสนใจคือ ‘ลิควิดเชน(LiquidChain)’ โปรเจกต์ที่เสนอให้ทำหน้าที่เป็นเลเยอร์3 เชื่อมระหว่าง ‘บิตคอยน์(BTC)’, ‘อีเธอเรียม(ETH)’ และ ‘โซลานา(SOL)’ เข้าไว้ด้วยกัน
ลิควิดเชนวางเป้าหมายลดความซับซ้อนของโลกมัลติเชน ผ่าน ‘โครงสร้างประมวลผลแบบเดียว (Single Execution Layer)’ และ ‘เลเยอร์สภาพคล่องรวมศูนย์’ เพื่อให้สินทรัพย์และแอปพลิเคชันเคลื่อนย้ายข้ามเชนได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันโปรเจกต์กำลังอยู่ในช่วง ‘พรีเซล’ และสามารถระดมทุนได้แล้วราว 860,000 ดอลลาร์ ทำให้ถูกจับตามองในฐานะโอกาสลงทุนระยะเริ่มต้นที่มีทั้ง ‘ความผันผวนสูง’ และ ‘โอกาสกำไรสูง’ ควบคู่กัน
‘ความคิดเห็น’ การไหลออกของทุนเก็งกำไรไปยังโปรเจกต์อย่างลิควิดเชน สะท้อนภาพที่เห็นบ่อยในตลาดคริปโต นั่นคือ เมื่อเหรียญหลักอย่าง ‘ริปเปิล(XRP)’ เคลื่อนไหวน้อย นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มักหันไปหาโปรเจกต์อินฟราสตラクเจอร์เล็กๆ ที่มีโอกาสสร้างสตอรีใหม่ได้เร็วกว่า แม้ความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์และกฎระเบียบจะสูงกว่ามากก็ตาม
เมื่อมองภาพรวม ‘การรับรองในเชิงนโยบาย’ กับ ‘การตอบสนองด้านราคา’ ของ XRP ยังเคลื่อนไปคนละทิศทาง ด้านหนึ่ง ‘XRPL’ ได้ก้าวเข้าไปอยู่ในเอกสารข้อเสนอทางการในรัฐสภาอังกฤษ ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโมเดลการเงินภูมิอากาศแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่มีนัยสำคัญต่อการถูกยอมรับในระบบการเงินดั้งเดิม อีกด้านหนึ่ง ราคาของ ‘XRP’ กลับยังไม่ขยับตาม ข่าวดีจึงยังถูกมองว่าอยู่ในเฟส “รับรู้เฉพาะเชิงเทคนิค” มากกว่าจะสะท้อนในกราฟราคา
บรรยากาศในตลาดตอนนี้จึงเอนเอียงไปทาง ‘รอดูของจริง’ นักลงทุนจำนวนมากโฟกัสไปที่คำถามว่า โมเดล Cl oCos จะถูกนำไปทดลองใช้งานจริงเมื่อไร ขนาดของโครงการจะใหญ่แค่ไหน และหน่วยงานกำกับดูแลในอังกฤษจะไฟเขียวกรอบกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ มากกว่าการมองเพียงมิติของสัญญาณเทคนิคในช่วงสั้น
ท้ายที่สุด ทิศทางถัดไปของ ‘ริปเปิล(XRP)’ มีแนวโน้มจะขึ้นอยู่กับสองตัวแปรหลัก คือ หนึ่ง ‘จังหวะที่การนำ XRPL ไปใช้ในโลกจริงเริ่มเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม’ และสอง ‘ทิศทางกระแสเงินในตลาดคริปโตโดยรวม’ หากทั้งสองเงื่อนไขเดินมาบรรจบกัน คือ มีเคสใช้งานด้านการเงินภูมิอากาศจริง ขณะเดียวกันสภาพคล่องไหลกลับเข้าสู่เหรียญใหญ่ ก็มีโอกาสสูงที่ราคา XRP จะเริ่มสะท้อน ‘มูลค่าจากการใช้งาน’ มากกว่าที่เห็นอยู่ในตอนนี้
ความคิดเห็น 0