อีโทโร(eToro, $ETOR) ประกาศเข้าซื้อกิจการ TradeZero โบรกเกอร์ออนไลน์สัญชาติสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าสูงสุด 231 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดีลนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโบรกเกอร์ในสหรัฐฯ และผลิตภัณฑ์สำหรับนักเทรดที่เทรดถี่
อีโทโรระบุว่าได้ลงนามในสัญญาเข้าซื้อกิจการ TradeZero เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) โดยจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินสดร่วมกับหุ้นสามัญคลาส A ที่ออกใหม่สูงสุด 2.5 ล้านหุ้น พร้อมเงื่อนไขการปรับราคาตามมาตรฐานทั่วไปของดีลลักษณะนี้
TradeZero เป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ให้บริการลูกค้าในสหรัฐฯ เป็นหลัก อีโทโรระบุว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทได้โครงสร้างพื้นฐานโบรกเกอร์-ดีลเลอร์สำหรับนักเทรดที่เทรดถี่ ฟังก์ชันการชอร์ตเซลและการเทรดออปชัน รวมถึงช่องทางเข้าสู่ตลาดแคนาดา
ข้อมูลรายได้ย้อนหลัง 12 เดือนของ TradeZero อยู่ที่ประมาณ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 81% โดยคำนวณจากช่วง 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2026
โยนี อัสเซีย(Yoni Assia) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอีโทโร กล่าวว่า “การประกาศครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างธุรกิจในสหรัฐฯ” และเสริมว่า “การรวมกิจการครั้งนี้จะช่วยให้เราเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ ได้เร็วขึ้น และเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตผลิตภัณฑ์ของอีโทโร” คำกล่าวนี้สะท้อนแผนของบริษัทที่จะอาศัยโครงสร้างพื้นฐานการเทรดของ TradeZero เพื่อเร่งการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในตลาดสหรัฐฯ
แดเนียล พิพิโทน(Daniel Pipitone) ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TradeZero กล่าวว่า “แพลตฟอร์มระดับโลกของอีโทโรและฐานผู้ใช้หลายล้านคนจะช่วยให้เรามีขนาดที่มากพอสำหรับเร่งความเร็วของนวัตกรรม” ทั้งสองบริษัทให้ความสำคัญกับการผสานฐานผู้ใช้ของอีโทโรเข้ากับฟังก์ชันการเทรดของ TradeZero
TradeZero ให้บริการเทรดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงก่อนตลาดเปิดและหลังตลาดปิด ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ถึง 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งหากเทียบเป็นเวลาไทยในช่วงที่สหรัฐฯ ใช้เวลาออมแสง จะอยู่ระหว่างประมาณ 15.00 น. ถึง 07.00 น. ของวันถัดไป
การเข้าถึงตลาดโดยตรง (Direct Market Access) คือวิธีที่คำสั่งซื้อขายของนักลงทุนถูกส่งตรงไปยังตลาดหลักทรัพย์หรือผู้ดูแลสภาพคล่อง ส่วนการหาหุ้นสำหรับชอร์ต (Short Locate) คือขั้นตอนตรวจสอบและยืนยันว่ามีหุ้นให้ยืมก่อนทำการชอร์ตเซล
ดีลนี้จะเพิ่มฟังก์ชันการเทรดสำหรับนักเทรดที่เทรดถี่ เข้าไปในผลิตภัณฑ์หุ้น กองทุน ETF และคริปโทเคอร์เรนซีที่อีโทโรให้บริการอยู่แล้วในสหรัฐฯ โดยเป็นการผสานเครื่องมือชอร์ตเซลและออปชันของ TradeZero เข้ากับผลิตภัณฑ์เดิม เพื่อขยายขอบเขตฟังก์ชันการเทรดให้กว้างขึ้น
ในวันเดียวกัน อีโทโรยังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ด้วย โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (Net Contribution) 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า และจำนวนบัญชีที่มีการฝากเงินเพิ่มขึ้น 18% เป็น 4.28 ล้านบัญชี
การเข้าซื้อกิจการ TradeZero ถือเป็นดีลที่สามที่อีโทโรเซ็นสัญญาในปีนี้ โดยทั่วไปการเข้าซื้อโบรกเกอร์ต้องผสานทั้งระบบเทรด ระบบการขึ้นทะเบียนและกำกับดูแล รวมถึงฐานลูกค้าเข้าด้วยกัน จึงต้องผ่านกระบวนการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลและขั้นตอนต่อเนื่องอื่นๆ
ยังไม่อาจสรุปได้ว่าดีลนี้เป็นสัญญาณว่าอีโทโรจะกลับมาขยายธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ อีกครั้ง ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ(SEC) ระบุเมื่อเดือนกันยายน 2024 ว่าอีโทโร ยูเอสเอ ดำเนินธุรกิจในฐานะโบรกเกอร์และหน่วยงานเคลียริ่งที่ไม่ได้จดทะเบียน หลังการยอมความ อีโทโรได้จำกัดคริปโทเคอร์เรนซีที่ลูกค้าในสหรัฐฯ สามารถเทรดได้ให้เหลือเพียงบิตคอยน์(BTC) บิตคอยน์แคช(BCH) และอีเธอเรียม(ETH)
TradeZero เองก็มีประวัติด้านการกำกับดูแลเช่นกัน โดยในปี 2022 SEC ได้ลงโทษ TradeZero America และพิพิโทน จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับการระงับการเทรดหุ้นมีม (Meme Stock)
องค์กรกำกับดูแลการลงทุนของแคนาดา(CIRO) ระบุเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ว่าการกำกับดูแลรายวันและรายเดือน การตรวจสอบการสื่อสารกับลูกค้า และการเปิดเผยข้อมูลความสัมพันธ์ของ TradeZero Canada ยังไม่เพียงพอ หลังการเข้าซื้อกิจการแล้วเสร็จ อีโทโรจึงยังต้องดำเนินการผสานธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานกำกับดูแลของแต่ละประเทศต่อไป
ดีลนี้ยังต้องผ่านเงื่อนไขการปิดดีลตามมาตรฐานทั่วไปและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล โดยอีโทโรตั้งเป้าปิดดีลให้แล้วเสร็จภายในครึ่งแรกของปี 2027
ความคิดเห็น 0