บิตคอยน์(BTC) ร่วงลง 0.3% ในวันที่ 11 ท่ามกลางแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง จากการเจรจาที่ยังคงชะงักงันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงความไม่แน่นอนเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
Barron's รายงานว่าสถานการณ์ชะงักงันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทำให้ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงลดลง ส่งผลให้บิตคอยน์อ่อนตัวลง โดยระหว่างวันราคาหลุดระดับ 64,000 ดอลลาร์ไปช่วงหนึ่ง
ในตลาดยังมีการหยิบยกประเด็น 'ผลการโจมตีทางอากาศ' ของสหรัฐฯ ต่อโรงงานนิวเคลียร์ฟอร์โดว์(Fordow) ของอิหร่าน และผลกระทบที่จะมีต่อการเจรจาในอนาคตขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง ยอสซี โคเฮน(Yossi Cohen) อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองมอสสาด(Mossad) ของอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับช่อง 12 ของอิสราเอลเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2025 ว่า "เท่าที่ผมทราบ ตอนนี้เราประสบความสำเร็จในการหยุดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านได้อย่างสมบูรณ์" คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองของฝ่ายที่เชื่อว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้ผลตามเป้าหมาย
โคเฮนยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ระบอบการปกครองของอิหร่านอาจเปลี่ยนแปลงในการให้สัมภาษณ์ครั้งเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คำให้สัมภาษณ์ของเขาเป็นเพียงการประเมินผลของการโจมตี ไม่ใช่หลักฐานที่ยืนยันขนาดความเสียหายของโรงงานโดยตรง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2025 ว่าใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ขนาดใหญ่ GBU-57 จำนวน 14 ลูก ในการโจมตีทางอากาศต่อโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง รวมถึงฟอร์โดว์ โดย GBU-57 ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายสิ่งปลูกสร้างใต้ดินลึกในพื้นที่ภูเขา
แดน เคน(Dan Caine) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐฯ อธิบายว่า สำนักงานลดภัยคุกคามทางกลาโหมสหรัฐฯ(DTRA) ได้ตรวจสอบฟอร์โดว์มาตั้งแต่ปี 2008 และในปี 2009 ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่ภูเขาของอิหร่าน ก่อนจะติดตามฟอร์โดว์ในฐานะเป้าหมายเดียวต่อเนื่องกว่า 15 ปี พร้อมพัฒนาอาวุธและวิเคราะห์เป้าหมายควบคู่กันไป
การประเมินผลของการโจมตีครั้งนี้ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกัน Washington Post รายงานโดยอ้างอิงการประเมินเบื้องต้นของหน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ(DIA) ว่าการโจมตีทำให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านล่าช้าออกไปหลายเดือน แต่ไม่ได้ทำลายองค์ประกอบสำคัญของโครงการได้ทั้งหมด
Washington Post ยังรายงานด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงจะถูกเคลื่อนย้ายออกไปก่อนการโจมตี และเครื่องเหวี่ยงหมุนบางส่วนอาจยังคงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่ขัดแย้งกับมุมมองของโคเฮนที่ระบุว่าโครงการนิวเคลียร์ถูกหยุดไปแล้ว
ฟอร์โดว์เป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ตั้งอยู่ลึกใต้ภูเขา ด้วยลักษณะโครงสร้างที่ทำให้การโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียวยากจะทำลายอุปกรณ์ภายในได้ การใช้ระเบิดเจาะบังเกอร์ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จึงถูกมองเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญว่าการโจมตีครั้งนี้ได้ผลมากน้อยเพียงใด
The Times of Israel รายงานว่าอิสราเอลติดตามความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับฟอร์โดว์มาตั้งแต่ปี 2010 และมอสสาดได้เตรียมปฏิบัติการซึ่งรวมถึงแผนระเบิดทำลายภายในโรงงานมาหลายปี โคเฮนกล่าวว่า หากแผนดังกล่าวถูกนำไปปฏิบัติจริง มันจะกลายเป็น "ปฏิบัติการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล"
ในตลาดคาดการณ์ Polymarket ข้อมูล ณ วันที่ 11 ระบุว่าความน่าจะเป็นที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ขั้นสุดท้ายภายในปีนี้อยู่ที่ 23% ขณะที่ความน่าจะเป็นที่จะมีข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซภายในวันที่ 31 สิงหาคมอยู่ที่ 19% และความน่าจะเป็นที่จะเกิดการหยุดยิงอย่างมีผลจริงอยู่ที่ 95%
ตัวเลขจาก Polymarket เป็นดัชนีตลาดคาดการณ์ที่คำนวณจากราคาซื้อขายของผู้เข้าร่วมตลาด ไม่ใช่การคาดการณ์อย่างเป็นทางการ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพตลาดที่ให้น้ำหนักความน่าจะเป็นกับการหยุดยิงแบบจำกัดมากกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ที่สมบูรณ์
ความไม่แน่นอนรอบช่องแคบฮอร์มุซยังสะท้อนไปถึงราคาน้ำมันในตลาดโลกด้วย AP รายงานเมื่อวันที่ 11 ว่าราคาน้ำมันเบรนต์(Brent) พุ่งขึ้นไปถึง 89.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 127,200 วอน) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต(WTI) ขึ้นไปถึง 84.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 119,400 วอน)
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าราคาน้ำมันเบรนต์ปรับขึ้น 5% ภายในวันเดียวสู่ระดับ 87.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากนั้นราคาน้ำมันเบรนต์ขยับขึ้นต่อไปถึง 89.80 ดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์ปรับตัวลง 0.3% สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผลต่อราคาน้ำมันและสินทรัพย์เสี่ยงไปพร้อมกัน
ความคิดเห็น 0