บีจีเอฟ รีเทล(282330) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ CU ในเกาหลีใต้ มีรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.4268 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 84,900 ล้านวอน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.0% และ 22.3% ตามลำดับ
บล.ยูจีน อินเวสต์เมนท์ ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นบีจีเอฟ รีเทล จาก 180,000 วอน เป็น 210,000 วอน พร้อมคงคำแนะนำ 'ซื้อ' โดยประเมินว่าการเติบโตของ 'ยอดขายสาขาเดิม' ของร้าน CU และการขยายสัดส่วนขาย 'สินค้าอัตรากำไรสูง' เป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการ
อีแฮนี (Lee Hae-ni) นักวิเคราะห์ บล.ยูจีน อินเวสต์เมนท์ กล่าวว่า "ความนิยมช่องทางค้าปลีกสินค้าจำเป็นในประเทศที่แข็งแกร่งขึ้นจะช่วยพยุงยอดขายในภาพรวม ขณะที่ยอดขายสินค้านำเข้าสำหรับนักท่องเที่ยว (อินบาวด์) ที่มีอัตรากำไรสูงจะช่วยพยุงความสามารถในการทำกำไร" สะท้อนว่าทั้งการบริโภคในประเทศและความต้องการจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังหนุนผลประกอบการไปพร้อมกัน
บล.ยูจีน อินเวสต์เมนท์ ประเมินว่ารายได้ไตรมาส 2 เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ส่วนกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าคาด แม้จะมีต้นทุนพิเศษจากการหยุดงานประท้วงในภาคขนส่งโลจิสติกส์ แต่การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมและการปรับสัดส่วนสินค้าช่วยผลักดันกำไรให้เพิ่มขึ้น
'ยอดขายสาขาเดิม' เป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบยอดขายของสาขาที่เปิดมาแล้ว โดยไม่นับรวมสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ ใช้แยกวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของสาขาเดิมออกจากผลจากการขยายสาขาใหม่
ส่วน 'การปรับสัดส่วนสินค้า' หมายถึงสัดส่วนยอดขายของสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้นเพิ่มขึ้น แม้อัตราการเติบโตของยอดขายจะเท่ากัน แต่ผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานอาจแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบของสินค้าที่ขาย
อีแฮนี กล่าวเสริมว่า "สภาพอากาศที่เอื้ออำนวย การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภค เงินอุดหนุนจากราคาน้ำมันที่สูง และความต้องการจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยหนุนให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโต" ชี้ว่าปัจจัยด้านการบริโภคหลายด้านส่งผลให้ยอดขายของสาขาเดิมปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับยอดขายจากลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้น บล.ยูจีน อินเวสต์เมนท์ วิเคราะห์ว่าไม่ได้มาจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากรูปแบบการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปจากแบบกรุ๊ปทัวร์เน้นช้อปปิ้งสู่การเดินทางแบบส่วนตัวที่เน้นประสบการณ์ ทำให้การใช้จ่ายในร้านสะดวกซื้อขยายตัว โดยเครือข่ายสาขา CU ที่ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายส่วนนี้
ในแง่หมวดสินค้า ไอศกรีมและเครื่องดื่มเป็นกลุ่มที่ช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น จากสภาพอากาศร้อนที่ทำให้ช่วงพีคของไตรมาส 2 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ส่งผลให้สัดส่วนการขายสินค้าอัตรากำไรสูงปรับตัวสูงขึ้น
ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการหยุดงานประท้วงด้านโลจิสติกส์ถูกบันทึกในผลประกอบการไตรมาส 2 ทั้งในรูปค่าขนส่งทดแทนและผลขาดทุนจากการทำลายสินค้าที่คลังสินค้า ส่วนเงินสนับสนุนเจ้าของร้านสาขาถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายนอกการดำเนินงาน
ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเป็นรูปแบบค้าปลีกที่ยอดขายต่อสาขา องค์ประกอบสินค้า และต้นทุนโลจิสติกส์ส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไร หากยอดขายของสาขาเดิมเพิ่มขึ้นพร้อมกับสัดส่วนสินค้าอัตรากำไรสูงที่มากขึ้น ก็จะช่วยรองรับภาระต้นทุนได้บางส่วน
บล.ยูจีน อินเวสต์เมนท์ ระบุในรายงานวันที่ 12 ว่า เมื่อการปรับโครงสร้างจำนวนสาขาในอุตสาหกรรมใกล้เสร็จสิ้น การแข่งขันมีแนวโน้มผ่อนคลายลง และยอดขายต่อสาขาที่ดีขึ้นน่าจะส่งผลบวกต่อกำไรตามมา
ราคาเป้าหมายเป็นตัวเลขประเมินที่บริษัทหลักทรัพย์จัดทำขึ้นโดยอิงจากผลประกอบการและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันทิศทางราคาหุ้นจริงหรือผลตอบแทนการลงทุนในอนาคต
บล.ยูจีน อินเวสต์เมนท์ คาดการณ์ว่ารายได้ไตรมาส 3 ของบีจีเอฟ รีเทล จะอยู่ที่ 2.5908 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 5.2% จากปีก่อน และกำไรจากการดำเนินงานจะอยู่ที่ 110,500 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 13.2% อีแฮนี กล่าวว่า "คลื่นความร้อนที่ยืดเยื้อจะทำให้ยอดขายเครื่องดื่มและไอศกรีมอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยชดเชยฐานรายได้ด้วยความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น"
ความคิดเห็น 0