อิลจิน อิเล็คทริค (Iljin Electric, รหัสหุ้น 103590) ทำ 'ผลประกอบการไตรมาส 2 สูงสุดเป็นประวัติการณ์' และราคาหุ้นปิดตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ที่ 72,500 วอน เพิ่มขึ้น 17.31% จากวันก่อนหน้า
ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี หุ้นอิลจิน อิเล็คทริค เปิดตลาดวันที่ 12 ด้วยราคาที่พุ่งขึ้นทันที 16.02% และระหว่างวันขึ้นไปแตะ 74,400 วอน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 20.39%
ก่อนหน้านั้นในช่วงซื้อขายนอกเวลา (after-market) ของวันก่อนหน้า ราคาหุ้นก็ปรับขึ้นในระดับ 10% กว่าเช่นกัน แม้ระหว่างวันซื้อขายปกติจะมีการคืนกำไรบางส่วน แต่ท้ายที่สุดหุ้นยังปิดบวกกว่า 17%
อิลจิน อิเล็คทริค เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ว่า กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 72,000 ล้านวอน เพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้น 22% อยู่ที่ 637,400 ล้านวอน
ทั้งยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานถือเป็น 'ตัวเลขสูงสุดในประวัติศาสตร์ของไตรมาส 2' สำหรับบริษัท และเมื่อนับรวมครึ่งปีแรก บริษัทก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ด้วยยอดขาย 1.1435 ล้านล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 122,700 ล้านวอน
กำไรจากการดำเนินงานคือรายได้ที่หักต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจออกแล้ว หากอัตราการเติบโตของกำไรจากการดำเนินงานสูงกว่าอัตราการเติบโตของยอดขาย นั่นหมายความว่าความสามารถในการทำกำไรของบริษัทดีขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ยอดขายที่โตขึ้นเพียงอย่างเดียว
อิลจิน อิเล็คทริค เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้ากำลัง ทำธุรกิจสายไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง โดยธุรกิจกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงครอบคลุมหม้อแปลงไฟฟ้า เบรกเกอร์ และอุปกรณ์อื่นที่ประกอบเป็นโครงข่ายไฟฟ้า
ระหว่างวันหุ้นอิลจิน อิเล็คทริค เคยขึ้นไปสูงสุดถึง 20.39% ก่อนจะคืนกำไรบางส่วนและปิดที่ 72,500 วอน เพิ่มขึ้น 17.31% จากวันก่อนหน้า ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของกำไรไตรมาส 2 และแรงซื้อในช่วงเปิดตลาดของอิลจิน อิเล็คทริคไปแล้ว
สำนักข่าวยอนฮับ (Yonhap) รายงานเมื่อวันที่ 12 ถึงมุมมองของนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ 2 แห่งที่ประเมินผลประกอบการและปรับราคาเป้าหมายหุ้น โดยทั้งสองบริษัทเห็นตรงกันว่าผลประกอบการไตรมาส 2 'ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้' แต่มีมุมมองต่างกันเรื่องราคาที่เหมาะสมของหุ้น
อี มินแจ(Lee Min-jae) นักวิเคราะห์จากเอ็นเอช อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ (NH Investment & Securities) กล่าวว่า “ผลประกอบการไตรมาส 2 สูงกว่าค่าคอนเซนซัส (consensus)” โดยคอนเซนซัสหมายถึงตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการที่รวบรวมจากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งเพื่อสะท้อนความคาดหวังของตลาดโดยรวม
นักวิเคราะห์อี ระบุว่า “ได้ปรับเพิ่มต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น (cost of equity) ตามอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น” จึงปรับลดราคาเป้าหมายจาก 118,000 วอน ลงมาที่ 108,000 วอน แต่ยังคงคำแนะนำ 'ซื้อ' ไว้เช่นเดิม
ขณะที่คิม แทฮยอง(Kim Tae-hyung) นักวิเคราะห์จากมิราเอเซ็ท (Mirae Asset Securities) ปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 95,000 วอน เป็น 114,000 วอน เพิ่มขึ้น 20% โดยอธิบายว่า “คาดว่าสัดส่วนยอดขายไปยังสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง”
ราคาเป้าหมายที่บริษัทหลักทรัพย์ทั้งสองแห่งประเมินออกมาจึงปรับไปคนละทิศทาง
ความคิดเห็น 0