Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

'AI-หุ่นยนต์' อาจกดดันเงินฝืดใน 3 ปี ซีอีโอกองทุนนอร์เวย์ระบุ

นิโคไล แทงเกน (Nicolai Tangen) ซีอีโอของนอร์เจส แบงก์ อินเวสต์เมนต์ แมนเนจเมนต์ (Norges Bank Investment Management: NBIM) คาดการณ์ว่า AI และหุ่นยนต์ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพ อาจสร้างแรงกดดันด้านเงินฝืดได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่าประสิทธิภาพที่ดีขึ้นภายในองค์กรจะส่งผลให้ราคาสินค้าทั่วทั้งระบบเศรษฐกิจปรับตัวลดลงจริงหรือไม่

คริปโตบรีฟฟิ่ง (Crypto Briefing) รายงานเมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) ว่าแทงเกนแสดงความเห็นว่าผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจาก AI และหุ่นยนต์ อาจช่วยลดต้นทุนและราคาสินค้าได้ ท่าทีนี้มาจากผู้บริหารที่ดูแลหนึ่งในกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมอง AI ไม่ใช่แค่เป้าหมายการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่เป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนทิศทางราคาสินค้าโดยรวมได้ด้วย

ในการกล่าวเปิดการไต่สวนต่อคณะกรรมาธิการการคลังและเศรษฐกิจของรัฐสภานอร์เวย์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม (เวลาท้องถิ่น) แทงเกนระบุว่า “AI คือความเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดที่กำลังเกิดขึ้นในโลกทุกวันนี้” สะท้อนว่าเขามอง 'AI' เป็นโจทย์หลักที่จะเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนและผลิตภาพขององค์กรที่บริหารอยู่

พนักงานของนอร์เจส แบงก์ อินเวสต์เมนต์ แมนเนจเมนต์ จำนวน 680 คน ใช้ AI ในการทำงานทุกวัน โดยฟอร์จูน (Fortune) รายงานว่าหลังนำเครื่องมือ AI มาใช้ ผลสำรวจภายในองค์กรวัดผลิตภาพเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15%

ตัวเลขผลิตภาพดังกล่าวเป็นผลสำรวจภายในที่วัดจากความรู้สึกของพนักงานต่อประสิทธิภาพการทำงาน อาจตีความได้ว่าความเร็วในการจัดทำรายงาน วิเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบความเสี่ยง และตรวจทานกฎหมายเพิ่มขึ้น แต่ขอบเขตการวัดต่างจากตัวชี้วัดผลิตภาพของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

นอร์เจส แบงก์ อินเวสต์เมนต์ แมนเนจเมนต์ ยังใช้ AI เพื่อลดต้นทุนด้วย โดยแทงเกนระบุว่าตั้งแต่ปี 2023 ถึงปี 2025 มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพหลายด้านช่วยลดต้นทุนการซื้อขายลงได้ 30% และ AI เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการนี้

ยอดเงินที่ประหยัดได้ในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ที่ 4,800 ล้านโครนนอร์เวย์ สะท้อนว่า AI ไม่ได้อยู่แค่ในขั้นทดลอง แต่ถูกนำไปใช้จริงในงานปฏิบัติการและการบริหารต้นทุนขององค์กรบริหารสินทรัพย์ขนาดใหญ่

กลยุทธ์ด้านการจ้างงานก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่าแทงเกนกล่าวต่อรัฐสภานอร์เวย์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ว่า “ในอนาคตอันใกล้ ไม่คิดว่าจำนวนพนักงานจะเพิ่มขึ้น”

แทงเกนอธิบายแนวทางว่าจะเพิ่มการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพ แทนที่จะเพิ่มจำนวนบุคลากร ขณะที่ฟอร์จูนรายงานในเดือนเดียวกันว่านอร์เจส แบงก์ อินเวสต์เมนต์ แมนเนจเมนต์ ชะลอการรับพนักงานใหม่ โดยให้เหตุผลว่าผลิตภาพดีขึ้นจากการใช้ AI

ภาวะเงินฝืดคือปรากฏการณ์ที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวมลดลงต่อเนื่อง แม้ AI จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ แต่หากจะส่งผลถึงราคาสินค้าจริง จำเป็นต้องเห็นการนำเทคโนโลยีไปใช้ การปรับโครงสร้างองค์กร และการลดต้นทุน กระจายไปในหลายอุตสาหกรรมพร้อมกัน

ผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นในบริษัทเดียว กับราคาสินค้าผู้บริโภคที่ลดลงโดยรวม เป็นคนละเรื่องกัน คำพูดของแทงเกนเป็นเพียงมุมมองว่าแรงกดดันด้านต้นทุนอาจลดลงได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่ยืนยันด้วยข้อมูลเงินเฟ้อจริง

ฝั่งธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็มีเสียงระมัดระวังเช่นกัน ซูซาน คอลลินส์ (Susan M. Collins) ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาบอสตัน และทอม บาร์กิน (Tom Barkin) ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาริชมอนด์ ประเมินว่า AI อาจมีส่วนช่วยเพิ่มผลิตภาพในอนาคต แต่ยังไม่ใช่แรงขับเคลื่อนหลักของการพุ่งขึ้นของผลิตภาพในสหรัฐฯ ขณะนี้

อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (Oxford Economics) มีมุมมองในทิศทางเดียวกันว่า AI อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานบางส่วนได้ แต่ยากที่จะเปลี่ยนผลิตภาพระดับมหภาคได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น โดยระบุว่าต้องเห็นทั้งขอบเขตการนำเทคโนโลยีไปใช้ การออกแบบองค์กรใหม่ และการเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนไปพร้อมกัน จึงจะประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้

ความเชื่อมโยงกับตลาดคริปโตโดยตรงยังมีจำกัด ยังไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าโทเคนหรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ตัวใดตัวหนึ่งจะได้รับประโยชน์เป็นพิเศษ แต่คำกล่าวของผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ที่มอง AI เป็นปัจจัยที่อาจเปลี่ยนผลิตภาพ ต้นทุน และราคาสินค้า ก็ยังเป็นมุมมองที่น่าติดตาม

กองทุนบำนาญรัฐบาลนอร์เวย์ โกลบอล (Government Pension Fund Global) ยังคงติดตามทั้งโอกาสจากประสิทธิภาพที่ดีขึ้นจาก AI และความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินทรัพย์ไปพร้อมกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่ากองทุนดังกล่าวได้ประเมินความเสี่ยงโดยตั้งสมมติฐานว่า หากการลงทุนด้าน AI ไม่สามารถสร้างผลิตภาพตามที่คาดไว้ มูลค่ากองทุนอาจลดลงถึง 35% ทั้งนี้ ตัวเลข 35% ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ตลาด แต่เป็นตัวเลขจากการทดสอบภาวะวิกฤต (stress test) ที่จำลองสถานการณ์รุนแรงไว้ล่วงหน้า

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1