อิหร่านออกมายืนยันชัดว่าการติดต่อกับสหรัฐฯ ผ่านกาตาร์และปากีสถานยังอยู่แค่ขั้น 'ส่งสาร' เท่านั้น ไม่ใช่การเจรจาอย่างเป็นทางการตามที่หลายฝ่ายตีความ ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นตัวแปรเชิงมหภาคที่กดดันตลาดน้ำมันและสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ต่อเนื่อง
เซเยด อับบาส อารักชี(Seyed Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่ากาตาร์และปากีสถานทำหน้าที่ส่งต่อข้อความระหว่างอิหร่านกับอีกฝ่าย แต่ไม่อาจเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่ CryptoBriefing รายงานว่าคำกล่าวนี้ถูกเผยแพร่ผ่านสำนักข่าว ISNA ของอิหร่าน
คำพูดของอารักชีสะท้อนว่าการตีความเรื่อง 'บทสนทนาทางการระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน' นั้นเกินจริงไปหน่อย สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือช่องทางการทูตทางอ้อมผ่านประเทศตัวกลางที่ยังคงเปิดอยู่ ไม่ใช่การพบปะเจรจาโดยตรงระหว่างสองฝ่าย
ก่อนหน้านี้กาตาร์เองก็ให้ท่าทีไปในทิศทางเดียวกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ว่าการเยือนโดฮาของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสหรัฐฯ มีลักษณะเป็นการประชุมร่วมกับตัวกลางเท่านั้น
กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุในเวลานั้นว่าการหารือระดับสูงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่ได้อยู่ภายใต้กรอบการเจรจาที่ตกลงกันไว้ กล่าวคือมีการพบปะกันที่โดฮาจริง แต่ไม่ใช่การเจรจาที่มีคณะผู้แทนทั้งสองฝ่ายนั่งประชุมกันตามวาระและกำหนดการอย่างเป็นทางการ
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแยกแยะระหว่าง 'การส่งสาร' กับ 'การเจรจา' การที่ประเทศตัวกลางส่งต่อจุดยืนของแต่ละฝ่ายไปมา ถือเป็นการรักษาช่องทางการทูตเอาไว้เท่านั้น ต่างจากการเจรจาอย่างเป็นทางการที่ต้องมีกำหนดการ วาระ คณะผู้แทน และรูปแบบการประชุมที่ชัดเจน
ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อตลาดด้วยเช่นกัน หากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านคลี่คลายลงจริง อาจส่งผลต่อการขนส่งน้ำมัน กระแสเงินดอลลาร์ และความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง แต่การส่งสารเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถสรุปได้ว่านโยบายจะเปลี่ยนแปลงหรือการเจรจาจะประสบผลสำเร็จ
ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซก็อยู่ในบริบทเดียวกัน สำนักข่าว AP รายงานว่าท่ามกลางการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังชะงักงัน มีชาติยุโรปอย่างออสเตรียและกรีซเข้ามาเกี่ยวข้องกับการติดต่อทางการทูตด้วย
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงทั้งการขนส่งน้ำมันของตะวันออกกลางและความปลอดภัยในการเดินเรือ ความตึงเครียดในพื้นที่นี้อาจส่งผลผ่านราคาพลังงานไปยังคาดการณ์เงินเฟ้อ ค่าเงินดอลลาร์ และราคาสินทรัพย์เสี่ยงในที่สุด
สำหรับนักลงทุนคริปโตในประเทศ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวการทูตธรรมดา หากราคาน้ำมันและกระแสเงินดอลลาร์ผันผวน ความผันผวนระยะสั้นของสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานความไม่แน่นอนที่ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาปะทุพร้อมราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น และต่อมามีรายงานเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มเจรจาทางอ้อมผ่านประเทศตัวกลางตามมาด้วย
อย่างไรก็ตาม คำแถลงครั้งนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอจะชี้ทิศทางตลาดคริปโตได้ชัดเจน CryptoBriefing รายงานว่าในตลาดคาดการณ์ ราคาสัญญาที่ถามว่าจะมีการพบปะทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านภายในวันที่ 31 สิงหาคมหรือไม่ ฝั่ง 'ใช่' ลดลงมาอยู่ที่ 9.5% จาก 14% เมื่อวันก่อนหน้า
ตัวเลขนี้เป็นเพียงราคาที่ผู้เล่นในตลาดคาดการณ์วางเดิมพันกันเอง ไม่ใช่กำหนดการเจรจาจริงหรือคำแถลงจากรัฐบาล กำหนดการทางการทูตจะยืนยันได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลของประเทศคู่กรณีประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น
สถานะล่าสุดที่ยืนยันได้คือ การติดต่อทางอ้อมยังดำเนินต่อไป และฝ่ายอิหร่านเองก็ไม่เรียกสิ่งนี้ว่าการเจรจาอย่างเป็นทางการ ตราบใดที่รัฐบาลสหรัฐฯ หรืออิหร่านยังไม่ประกาศกำหนดการ คณะผู้แทน และวาระการประชุมออกมาชัดเจน ก็ควรมองเรื่องนี้เป็นเพียงขั้นตอนการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านประเทศตัวกลางเท่านั้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: CryptoBriefing, กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์, AP
ความคิดเห็น 0