เทเธอร์(USDT) ผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ที่สุดของโลก ออกมาตอบโต้กระแสวิจารณ์เรื่องขอบเขตการตรวจสอบบัญชีและการไม่เปิดเผยรายงานฉบับเต็ม หลังเพิ่งผ่านการตรวจสอบงบการเงินแบบเต็มรูปแบบครั้งแรก โดยยกกรณีเคยประมวลผลคำขอไถ่ถอนมูลค่าราว 7,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง มาเป็นหลักฐานยืนยันความมั่นคงของบริษัท
พาโอโล อาร์โดอิโน(Paolo Ardoino) ซีอีโอของเทเธอร์(Tether) ให้สัมภาษณ์กับเดอะบล็อก(The Block) ถึงกระแสวิจารณ์จากภายนอกว่า "พูดตรง ๆ ผมไม่ได้สนใจเลย" พร้อมอธิบายว่าในปี 2022 เทเธอร์เคยประมวลผลการไถ่ถอนมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นราว 10% ของทุนสำรองทั้งหมดในขณะนั้น แต่บริษัทก็ไม่เคยระงับบริการไถ่ถอนแม้แต่ครั้งเดียว คำกล่าวนี้สะท้อนความมั่นใจของผู้บริหารต่อสภาพคล่องของบริษัทในช่วงเวลาวิกฤต
อาร์โดอิโนระบุว่าสถาบันการเงินดั้งเดิมหลายแห่งคงรับมือกับเงินทุนไหลออกในระดับและช่วงเวลาเดียวกันได้ยาก แม้จะมีเสียงวิจารณ์อยู่บ้าง แต่เทเธอร์ยืนยันจะเดินหน้าให้บริการผู้ใช้งานราว 650 ล้านคนทั่วโลกต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ในตลาดเกิดใหม่ที่ระบุว่าพึ่งพาเทเธอร์เป็นหลัก
ต้นตอของดราม่าครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวการตรวจสอบบัญชีเอง แต่อยู่ที่ 'ขอบเขตการตรวจสอบ' และรูปแบบการเปิดเผยข้อมูล โดยเมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านมา เทเธอร์ประกาศว่าเคพีเอ็มจี สหรัฐฯ(KPMG U.S.) ได้ให้ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (unqualified opinion) ต่องบการเงินปี 2025 ของเทเธอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล(Tether International, S.A. de C.V.)
ความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไขคือความเห็นที่ผู้สอบบัญชีอิสระให้เมื่อประเมินว่างบการเงินสะท้อนความเป็นจริงอย่างเหมาะสมในเชิงสาระสำคัญ ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้มีขอบเขตกว้างกว่ารายงานรับรองทุนสำรองรายไตรมาสที่เทเธอร์เคยเผยแพร่มาก่อนหน้านี้มาก
เทเธอร์อธิบายว่าการตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมธุรกรรม ระบบงาน บันทึกความเป็นเจ้าของ การประเมินมูลค่า คู่สัญญา และหลักฐานต่าง ๆ ที่รองรับงบการเงิน ขณะที่เคพีเอ็มจี สหรัฐฯ ยังได้ตรวจนับทองคำแท่งที่เทเธอร์ถือครองจริง พร้อมตรวจสอบข้อมูลระบุตัวตนของทองคำด้วย
ตามงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 ทุนสำรองของเทเธอร์สูงกว่าหนี้สินอยู่ที่ 6,814 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ทุนสำรองถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความสามารถในการไถ่ถอนโทเคนที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดของผู้ออกสเตเบิลคอยน์ทุกราย
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าเทเธอร์ผ่านการตรวจสอบบัญชีอิสระแบบเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกและได้รับความเห็นที่เหมาะสม โดยคำชี้แจงล่าสุดของอาร์โดอิโนถือเป็นการตอบสนองต่อกระแสวิจารณ์เรื่องขอบเขตและรูปแบบการเปิดเผยข้อมูลที่เกิดขึ้นตามมา
อย่างไรก็ตาม บางฝ่ายยังตั้งคำถามว่าการตรวจสอบครั้งนี้ครอบคลุมงบการเงินของกลุ่มบริษัทแม่เทเธอร์ทั้งหมดหรือไม่ และเหตุใดบริษัทจึงไม่เปิดเผยรายงานการตรวจสอบฉบับเต็มต่อสาธารณะ ด้านเทเธอร์ชี้แจงว่าเทเธอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล คือนิติบุคคลเพียงแห่งเดียวที่ทำหน้าที่ออกเหรียญเทเธอร์(USDT)
แหล่งข่าวที่ทราบเรื่องนี้ระบุว่า เทเธอร์ไม่เปิดเผยงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบต่อสาธารณะ เนื่องจากเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่จะส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานกำกับดูแลและธนาคารเมื่อมีการร้องขอ คำชี้แจงของบริษัทจึงเน้นย้ำว่านิติบุคคลที่ถูกตรวจสอบกับนิติบุคคลผู้ออกเหรียญเป็นนิติบุคคลเดียวกัน
อาร์โดอิโนยังอธิบายเหตุผลที่การตรวจสอบบัญชีแบบเต็มรูปแบบล่าช้ามานาน โดยระบุว่าไม่ได้เป็นเพราะโครงสร้างสินทรัพย์และหนี้สินซับซ้อน แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบคริปโตในสหรัฐฯ ที่ทำให้บริษัทบัญชีรายใหญ่ลังเลจะทำงานร่วมกับบริษัทคริปโต
เทเธอร์ระบุว่าจากนี้ไปจะเดินหน้าตรวจสอบงบการเงินแบบเต็มรูปแบบเป็นประจำทุกปี พร้อมยังคงเผยแพร่รายงานรับรองทุนสำรองรายไตรมาสต่อไปตามเดิม อย่างไรก็ตาม คำถามเรื่องขอบเขตการเปิดเผยรายงานฉบับเต็มและการครอบคลุมงบการเงินของกลุ่มบริษัทแม่ยังคงเป็นประเด็นที่ค้างอยู่
นอกจากนี้ อาร์โดอิโนยังกล่าวว่าเทเธอร์ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวในแวดวง AI อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนสนับสนุนโครงการที่ใช้โมเดล AI ขั้นสูงเพื่อค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สของบิตคอยน์(BTC)
เขาแสดงความเห็นว่าในตอนนี้ ช่องโหว่ด้านซอฟต์แวร์มีแนวโน้มจะเป็นภัยคุกคามที่ใกล้ตัวบิตคอยน์มากกว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัม ทั้งนี้ การตรวจสอบงบการเงินแบบเต็มรูปแบบครั้งถัดไปและรายงานรับรองทุนสำรองรายไตรมาสของเทเธอร์ จะเป็นจุดตรวจสอบต่อเนื่องของประเด็นทุนสำรองที่ยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในขณะนี้
แหล่งอ้างอิงเพื่อการตรวจสอบ: แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของเทเธอร์, ต้นฉบับข่าวจาก BlockBeats
ความคิดเห็น 0