ตำแหน่งงานของเยาวชนเกาหลีใต้หายไปถึง 285,000 ตำแหน่งในรอบ 4 ปี และเกือบทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ธนาคารกลางเกาหลี(Bank of Korea) ระบุว่า AI ไม่ใช่สาเหตุเดียวของการจ้างงานเยาวชนที่อ่อนแอลง แต่เป็นปัจจัยที่เร่งให้ 'บันไดอาชีพ' ที่เปราะบางอยู่แล้วสั่นคลอนเร็วขึ้น
โอซัมอิล(Oh Sam-il) หัวหน้าทีมวิจัยการจ้างงาน สำนักวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกลางเกาหลี และโอยองซิก(Oh Young-sik) นักวิจัยในทีมเดียวกัน เปิดเผยผลการศึกษานี้ในรายงาน 'BOK Issue Note: การจ้างงานเยาวชนหดตัว เป็นเพราะ AI จริงหรือ? บันไดอาชีพที่เปลี่ยนไปและโจทย์การรับมือ' ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 โดยใช้ข้อมูลผู้ประกันตนกองทุนบำนาญแห่งชาติและการสำรวจกำลังแรงงานตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานเยาวชนหลัง AI แพร่หลาย
รายงานระบุว่าการจ้างงานเยาวชนที่ลดลงตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2022 เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจาก AI ในช่วง 4 ปีนับจากเดือนมิถุนายน 2022 ถึงเดือนมิถุนายน 2026 ตำแหน่งงานของกลุ่มอายุ 15-29 ปี ลดลงรวม 285,000 ตำแหน่ง โดย 268,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็น 94% ของยอดที่หายไปทั้งหมด อยู่ในอุตสาหกรรมที่เสี่ยงสูงจาก AI
อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจาก AI ได้แก่ ธุรกิจบริการข้อมูล ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ธุรกิจเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบรวมและการจัดการระบบ และธุรกิจบริการวิชาชีพเฉพาะทาง ซึ่งล้วนเป็นสายงานที่เน้นงานด้านความคิดอย่างการเขียนเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล เขียนโค้ด และตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งเป็นงานที่ AI เชิงสร้างสรรค์นำไปใช้แทนได้ค่อนข้างเร็ว
ความแตกต่างตามช่วงอายุก็ปรากฏชัดเจนเช่นกัน กลุ่มวัย 30 ปี มีการจ้างงานในอุตสาหกรรมเสี่ยงสูงจาก AI ที่ซบเซาเหมือนกันแต่ไม่รุนแรงเท่ากลุ่มเยาวชน ขณะที่กลุ่มวัย 40 ปี ไม่พบรูปแบบการจ้างงานที่สอดคล้องกันตามระดับความเสี่ยง ส่วนกลุ่มวัย 50 ปี กลับมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจาก AI
ภายในกลุ่มเยาวชนเองก็มีช่องว่างตามระดับการศึกษา ยิ่งระดับการศึกษาสูงเท่าใด ความเสี่ยงจาก AI ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 อัตราว่างงานเฉลี่ยของเยาวชนที่จบปริญญาตรีอยู่ที่ 7.0% สูงกว่าเยาวชนที่จบต่ำกว่าปริญญาตรีซึ่งอยู่ที่ 5.4% สอดคล้องกับแนวโน้มที่การจ้างงานโดยรวมเพิ่มขึ้นแต่การจ้างงานเยาวชนกลับซบเซาต่อเนื่อง ตามที่โตเกนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
รายงานอธิบายว่าเมื่อ AI ถูกนำไปใช้กับงานด้านความคิดของแรงงานที่มีการศึกษาสูงก่อน หากบริษัทลดตำแหน่งงานธุรการและวิเคราะห์ระดับต้น หรือหันไปเลือกจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์มากกว่า เยาวชนที่จบปริญญาตรีและกำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานในขั้นเริ่มต้นอาจได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น ความสำคัญของงานแรกในชีวิตของเยาวชนไม่ได้อยู่ที่รายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสั่งสมทักษะและประสบการณ์ทำงานด้วย
อย่างไรก็ตาม รายงานไม่ได้สรุปว่าการจ้างงานเยาวชนที่หดตัวเป็นผลโดยตรงจาก AI เพียงอย่างเดียว โดยวิเคราะห์ว่าการปรับตัวของการจ้างงานรายอุตสาหกรรมหลังการระบาดใหญ่ การเลือกจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์ และการทำงานจากที่บ้านที่แพร่หลายขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำงานร่วมกันด้วย โอซัมอิล(Oh Sam-il) หัวหน้าทีมวิจัยการจ้างงาน สำนักวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกลางเกาหลี กล่าวว่า 'เราตีความว่าปรากฏการณ์ที่บันไดอาชีพเดิมกำลังหายไปถูก AI เร่งให้เร็วขึ้น' คำกล่าวนี้สะท้อนว่าปัญหาการจ้างงานเยาวชนมีรากลึกกว่าการมาถึงของ AI เพียงอย่างเดียว
'บันไดอาชีพ' หมายถึงเส้นทางเติบโตในตลาดแรงงานที่พนักงานเริ่มจากงานระดับต้นแล้วค่อย ๆ ก้าวไปสู่งานที่ต้องใช้ทักษะสูงขึ้น โดยทั่วไปบริษัทมักมอบหมายงานพื้นฐานที่ทำซ้ำให้พนักงานใหม่ก่อน เพื่อให้สั่งสมประสบการณ์ในองค์กรและความเข้าใจในหน้าที่ จนเติบโตเป็นพนักงานระดับกลางที่มีทักษะ รายงานตั้งข้อสังเกตว่าหาก AI เข้ามาแทนที่งานระดับต้นได้อย่างรวดเร็ว เส้นทางการเข้าสู่ตลาดแรงงานนี้อาจแคบลง
รูปแบบการใช้งาน AI ก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญ รายงานพบว่าการจ้างงานเยาวชนลดลงน้อยกว่าในกรณีที่ใช้ AI แบบ 'เสริมศักยภาพ' ซึ่งพนักงานยังคงลงมือทำงานเองแต่ใช้ AI ช่วยเรียนรู้ ปรับปรุงร่างงาน และตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อเทียบกับการใช้ AI แบบ 'อัตโนมัติ' ที่ปล่อยให้ AI ทำงานแทนทั้งหมด ความหมายคือแม้จะเป็นการนำ AI มาใช้เหมือนกัน แต่ผลกระทบต่อการจ้างงานจะต่างกันไปตามว่าเป็นการแทนที่งานหรือเสริมความสามารถในการทำงาน
ธนาคารกลางเกาหลีมองว่าการที่บริษัทใช้ AI ทำงานระดับต้นแบบอัตโนมัติแล้วลดการจ้างพนักงานใหม่ อาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับแต่ละบริษัท แต่หากหลายบริษัททำเช่นเดียวกันพร้อมกัน อาจก่อให้เกิดผลกระทบภายนอกเชิงลบในระยะยาว คือทำให้ 'ท่อส่งบุคลากร' ของประเทศอ่อนแอลง
การวิเคราะห์นี้เชื่อมโยงกับการหารือมาตรการจ้างงานเยาวชนของรัฐบาลเกาหลีใต้ด้วย ก่อนหน้านี้โตเกนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่ารัฐบาลระบุว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ AI และการเลือกจ้างพนักงานที่มีประสบการณ์เป็นปัจจัยที่ทำให้เยาวชนหางานยาก พร้อมเดินหน้าแผนสร้างตำแหน่งงานใหม่ 300,000 ตำแหน่ง ขณะที่รายงานของธนาคารกลางเกาหลีให้น้ำหนักกับนโยบายที่ฟื้นฟูเส้นทางให้เยาวชนได้สั่งสมประสบการณ์ทำงานจริง มากกว่าการเพิ่มจำนวนตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว
รายงานเสนอแนวทางรับมือด้วยการออกแบบระบบฝึกอบรมอาชีพใหม่ โดยให้เยาวชนฝึกฝนทักษะควบคู่กับการใช้ AI แทนที่จะแข่งขันกับ AI พร้อมย้ำว่านโยบายสนับสนุนการจ้างงานเยาวชนควรปรับจากการให้เงินอุดหนุนตามจำนวนคนไปสู่การสนับสนุนการฝึกอบรมและการสั่งสมประสบการณ์การทำงานแทน
โอซัมอิล(Oh Sam-il) กล่าวว่า 'มีหลายสาขาที่ AI ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์หรือผลิตภาพของมนุษย์ได้มากขึ้น' พร้อมระบุว่า 'ในสาขาเหล่านั้น การสร้างแรงจูงใจให้ลงทุนในทุนมนุษย์ก็สำคัญไม่แพ้การลงทุนด้านเทคโนโลยี' รายงานทิ้งท้ายว่าควรมีการทบทวนความสมดุลระหว่างการลงทุนด้านเทคโนโลยีกับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็จับตาว่ารัฐบาลและภาคเอกชนจะปรับนโยบายฝึกอบรมและการจ้างงานเยาวชนอย่างไรต่อไป
ความคิดเห็น 0