Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สัดส่วนชำระส่งออกด้วยวอนเพียง 3.4% ความเป็นสากลของเงินวอนขึ้นอยู่กับดีมานด์จริง

โจทย์ของการทำให้ 'เงินวอน' เกาหลีใต้เป็นสากลไม่ได้อยู่แค่การวางระบบชำระเงินเท่านั้น แต่อยู่ที่การสร้างเหตุผลให้บริษัทและนักลงทุนต่างชาติใช้และถือเงินวอนจริง ๆ ปีที่แล้วสัดส่วนการชำระค่าส่งออกของเกาหลีใต้ด้วยเงินวอนอยู่ที่เพียง 3.4% ส่วนค่านำเข้าอยู่ที่ 6.6% สะท้อนว่าโครงสร้างการชำระเงินที่พึ่งพาดอลลาร์สหรัฐยังคงเด่นชัด

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) เปิดเผยข้อมูลสกุลเงินที่ใช้ชำระการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่าปีที่แล้วสัดส่วนการชำระค่าส่งออกด้วยเงินวอนอยู่ที่ 3.4% เพิ่มขึ้น 0.8 จุดจากปีก่อนหน้า ส่วนสัดส่วนค่านำเข้าที่ชำระด้วยเงินวอนอยู่ที่ 6.6% แม้สัดส่วนเงินวอนจะขยับขึ้นบ้าง แต่การชำระด้วยดอลลาร์สหรัฐยังครองสัดส่วนสูงถึง 84.2% ในฝั่งส่งออก และ 79.3% ในฝั่งนำเข้า

การทำให้สกุลเงินเป็นสากลนั้นแตกต่างจากการใช้บริการชำระเงินแบบง่าย ๆ ในต่างประเทศ บริษัทต้องตั้งราคาสินค้าด้วยสกุลเงินนั้นและชำระเงินด้วยสกุลนั้น จากนั้นยังต้องมี 'แรงจูงใจ' ที่จะถือหรือนำเงินสกุลนั้นไปบริหารต่อหลังทำธุรกรรมเสร็จ นั่นหมายความว่าหากต้องการให้เงินวอนถูกใช้เป็นสกุลเงินชำระเงินในต่างประเทศ นอกจากโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแล้ว ยังต้องมี 'ช่องทางการใช้เงิน' วอนที่หมุนเวียนอยู่ด้วย

การทำให้เงินหยวนของจีนเป็นสากลถูกใช้เป็นกรณีเปรียบเทียบกับการปฏิรูปตลาดปริวรรตเงินตราของเกาหลีใต้ สำนักบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแห่งชาติจีน (State Administration of Foreign Exchange) แถลงในการแถลงข่าวของสำนักงานประชาสัมพันธ์คณะรัฐมนตรีจีนเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมว่า ยอดรับ-จ่ายเงินข้ามพรมแดนของธนาคารกับลูกค้าในช่วงครึ่งแรกของปีนี้อยู่ที่ 9.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13,008.8 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในจำนวนนี้สัดส่วนที่ชำระด้วยเงินหยวนอยู่ที่ 52.9% สูงขึ้น 1.3 จุดจากทั้งปี 2025

เบื้องหลังการขยายตัวของการใช้เงินหยวนคือขนาดการค้าและเครือข่ายการหักบัญชี จีนดันสัดส่วนการชำระค่าสินค้าด้วยเงินหยวนในการค้าสินค้าขึ้นไปแตะราว 30% เมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับขยายช่องทางให้สถาบันการเงินและบริษัทต่างชาติสามารถชำระเงินและหักบัญชีด้วยเงินหยวนได้โดยตรงมากขึ้น

ธนาคารกลางจีน (People's Bank of China) เพิ่งมอบสถานะธนาคารหักบัญชีเงินหยวนประจำแฟรงก์เฟิร์ตให้กับดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank) ของเยอรมนี นับเป็นครั้งแรกที่ธนาคารซึ่งไม่ใช่สัญชาติจีนได้รับการแต่งตั้งเป็นธนาคารหักบัญชีเงินหยวนในยุโรป ทำให้สถาบันการเงินและบริษัทในยุโรปมีช่องทางชำระเงินและหักบัญชีด้วยเงินหยวนโดยตรงกว้างขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 14 กันยายนเป็นต้นไป จีนจะเริ่มบังคับใช้ระบบบริหารเงินสดข้ามพรมแดนแบบรวมศูนย์สำหรับบริษัทข้ามชาติทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศ โดยรวมเงินของบริษัทในเครือไว้ในกองทุนเดียว แล้วหักลบยอดรับ-ยอดจ่ายเหลือเพียงส่วนต่างที่ต้องชำระ ระบบนี้ไม่ได้บังคับให้ใช้เงินหยวน แต่เนื่องจากสามารถบริหารทั้งเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศในบัญชีเดียวกันได้ จึงคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการบริหารเงินข้ามพรมแดน

หากการชำระเงินข้ามพรมแดนไม่ต้องผ่านสกุลเงินของประเทศที่สาม ก็จะช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนจากการแลกเปลี่ยนสองต่อ นอกจากนี้การที่บริษัทสามารถนำเงินหยวนที่หาได้ในจีนไปใช้ซื้อชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในพื้นที่ได้อีกครั้ง ก็เป็น 'แรงจูงใจ' สำคัญสำหรับภาคธุรกิจ การเลือกสกุลเงินที่ใช้ชำระเงินจึงเกี่ยวข้องกับโครงสร้างซัพพลายเชนและการบริหารเงินทุนมากกว่าความสะดวกในการโอนเงินทั่วไป

แนวโน้มนี้เชื่อมโยงกับการชำระเงินดิจิทัลด้วยเช่นกัน ทีมข่าวเคยรายงานว่า ยอดธุรกรรมสะสมของแพลตฟอร์มชำระเงินข้ามพรมแดนบนสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ที่ชื่อ 'เอ็มบริดจ์' (mBridge) ซึ่งพัฒนาโดยธนาคารแห่งประเทศจีน (Bank of China) ทะลุ 6 แสนล้านหยวน โดยเอ็มบริดจ์ถูกตีความว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวที่ขยายช่องทางการชำระการค้าด้วยเงินหยวน มากกว่าจะเป็นเครื่องมือที่มาแทนที่ดอลลาร์สหรัฐในทันที

เกาหลีใต้เองก็เริ่มปฏิรูประบบเช่นกัน ตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศในประเทศเปลี่ยนมาเปิดทำการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม ทำให้ผู้เล่นในตลาดปริวรรตเงินตราในประเทศสามารถซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์-วอนแบบสปอตได้แม้ในช่วงกลางคืน และปิดความเสี่ยงจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่ส่งมอบจริงข้ามพรมแดน (NDF) ได้ทันที

อย่างไรก็ตาม NDF เป็นธุรกรรมที่ไม่มีการส่งมอบเงินวอนจริง แต่ชำระส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเป็นดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น การที่ตลาดปริวรรตเงินตราเปิดทำการ 24 ชั่วโมงจึงไม่ได้แปลว่าเงินวอนจะกลายเป็นสกุลเงินที่ใช้ชำระและถือครองในต่างประเทศได้ทันที ยังจำเป็นต้องมีระบบการชำระเงินที่ส่งมอบเงินวอนจริงในต่างประเทศ พร้อมสภาพคล่องรองรับ

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังผลักดันแผนขึ้นทะเบียนสถาบันการเงินต่างประเทศที่ผ่านเงื่อนไขที่กำหนดให้เป็น 'สถาบันชำระเงินวอนนอกประเทศ' เพื่อให้บริการรับฝาก ปล่อยกู้ และโอนเงินวอนแก่ลูกค้าต่างชาติ สถาบันเหล่านี้จะเปิดบัญชีรวมเงินวอนไว้กับธนาคารตัวแทนในประเทศ และทำการชำระบัญชีขั้นสุดท้ายผ่านระบบการชำระเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ โครงสร้างนี้ช่วยให้ชาวต่างชาติสามารถถือ จัดหา และชำระเงินวอนผ่านสถาบันการเงินในพื้นที่ของตนเองได้ โดยไม่ต้องเปิดบัญชีในเกาหลีใต้โดยตรง

ระบบชำระเงินวอนระหว่างประเทศของธนาคารกลางเกาหลีใต้มีกำหนดเริ่มทดลองใช้งานในเดือนกันยายนนี้ ก่อนตั้งเป้าเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในปีหน้า เงินวอนที่จำเป็นสำหรับการชำระเงินจะจัดหาจากสถาบันการเงินภาคเอกชนเป็นหลักในขั้นต้น และหากไม่เพียงพอก็มีแผนพิจารณาใช้เงินจากธนาคารกลางเกาหลีใต้หรือกองทุนรักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชาวต่างชาติสามารถนำเงินวอนที่ถือครองชั่วคราวไปลงทุนในผลิตภัณฑ์การเงินระยะสั้น และใช้ในธุรกรรมยืม-ให้ยืมพันธบัตรเพื่อวัตถุประสงค์เป็นหลักประกันได้

กรณีของจีนสะท้อนคำถามที่ชัดเจนว่า การทำให้เงินวอนเป็นสากลไม่ใช่แค่ปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้ส่งเงินวอนไปต่างประเทศได้ แต่เป็นโจทย์เรื่องการสร้าง 'เหตุผลทางเศรษฐกิจ' ให้คู่ค้าเลือกใช้เงินวอนแทนดอลลาร์สหรัฐ โดยระบบชำระเงินวอนระหว่างประเทศจะเริ่มตรวจสอบว่าโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินทำงานได้จริงหรือไม่ในการทดลองใช้งานช่วงเดือนกันยายนนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1