แบงก์ออฟอเมริกา(Bank of America) ลดสัดส่วนหุ้นสแตรทีจี(MSTR) ลงราว 70% ในไตรมาส 2 ขณะเดียวกันเพิ่มการถือครองกองทุน iShares Ethereum Trust (ETHA) ซึ่งเป็นกองทุน ETF อีเธอเรียม(ETH) แบบสปอตของแบล็คร็อค(BlackRock) ขึ้นราว 29 เท่า
WuBlockchain เปิดเผยข้อมูลจากเอกสาร 13F ประจำไตรมาส 2 ของแบงก์ออฟอเมริกาว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน จำนวนหุ้นสแตรทีจี(MSTR) ที่ถือครองลดลงจากราว 3.97 ล้านหุ้นเมื่อสิ้นไตรมาส 1 เหลือประมาณ 1.18 ล้านหุ้น ส่วนการถือครองกองทุน ETHA ของแบล็คร็อคในช่วงเวลาเดียวกันเพิ่มขึ้นจากราว 67,500 หุ้น เป็นประมาณ 1.98 ล้านหุ้น
จำนวนหุ้น ETHA ที่ถือครองเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 29 เท่าของยอดเดิม โดยมูลค่าที่รายงาน ณ สิ้นไตรมาส 2 อยู่ที่ 23.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 845 ล้านบาท)
เอกสาร 13F เป็นรายงานที่นักลงทุนสถาบันในสหรัฐฯ ต้องยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเปิดเผยหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ถือครอง ณ วันสิ้นไตรมาส ข้อมูลดังกล่าวเป็นการเปิดเผยย้อนหลังตามวันที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จึงไม่ได้สะท้อนราคาซื้อขายระหว่างไตรมาส ปริมาณการถือครองในปัจจุบัน หรือวัตถุประสงค์ของการลงทุนโดยตรง
ข้อมูลชุดนี้มีวันที่อ้างอิงคือ 30 มิถุนายน จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า หลังจากวันดังกล่าวแบงก์ออฟอเมริกายังคงถือครองสถานะเดิมอยู่หรือไม่ รวมถึงไม่สามารถระบุได้จากข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวว่าการถือครองดังกล่าวเป็นการลงทุนด้วยเงินทุนของธนาคารเองหรือเป็นสถานะที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า
สแตรทีจี(MSTR) เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองบิตคอยน์(BTC) ในปริมาณมาก และเป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนติดตามในฐานะตัวแทนกลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์ในงบดุลบริษัท ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าสแตรทีจีขายบิตคอยน์บางส่วน เพื่อนำเงินไปจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและเสริมสภาพคล่องเงินสำรองดอลลาร์
การลดสัดส่วนการถือครองของแบงก์ออฟอเมริกาครั้งนี้เป็นกรณีการปรับพอร์ตของสถาบันการเงิน ซึ่งแยกต่างหากจากกลยุทธ์การถือครองบิตคอยน์ของสแตรทีจีเอง โดย MSTR คือหุ้นของบริษัทที่มีบิตคอยน์อยู่ในงบดุล ขณะที่ ETHA คือกองทุน ETF ที่อ้างอิงราคาอีเธอเรียมแบบสปอตโดยตรง
ในทางกลับกัน การเพิ่มการถือครองกองทุน ETHA สะท้อนแนวโน้มการเข้าถึงอีเธอเรียมทางอ้อมผ่านกองทุน ETF ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนหุ้นที่ถือครองเพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นการยืนยันทิศทางราคาของสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งโดยตรง
ช่วงที่ผ่านมา เอกสาร 13F ของสถาบันการเงินและบริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่หลายแห่งแสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการถือครองผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามอร์แกน สแตนลีย์(Morgan Stanley) เพิ่มจำนวนหุ้นกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของแบล็คร็อคในไตรมาส 2 พร้อมทั้งขยายการถือครองกองทุน ETF อีเธอเรียมและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตบางส่วน
การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในธีมคริปโตเดียวกัน แต่สถาบันแต่ละแห่งอาจเลือกรูปแบบการเข้าถึงสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน ฝั่งหนึ่งเป็นหุ้นบริษัทที่ถือครองบิตคอยน์ ส่วนอีกฝั่งเป็นกองทุน ETF อีเธอเรียมแบบสปอต ซึ่งมีลักษณะพอร์ตการลงทุนที่ต่างกัน
ข้อมูลจากเอกสาร 13F จะได้รับการอัปเดตอีกครั้งเมื่อมีการยื่นรายงานประจำไตรมาสถัดไป สำหรับตอนนี้ข้อมูลชุดนี้ยังคงเป็นสถานะการถือครองของแบงก์ออฟอเมริกา ณ วันที่ 30 มิถุนายน เท่านั้น
ความคิดเห็น 0