OpenAI เปิดตัว ChatGPT สำหรับวัยรุ่น (ChatGPT for Teens) สำหรับผู้ใช้อายุ 13-17 ปี พร้อมเพิ่มมาตรการจำกัดเนื้อหาเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง การฆ่าตัวตาย และเนื้อหาทางเพศ พร้อมทั้งเสริมฟีเจอร์สนับสนุนการเรียนรู้ให้เข้มข้นขึ้น ระบบช่วยทำการบ้านถูกออกแบบให้แนะแนวกระบวนการคิดมากกว่าการบอกคำตอบโดยตรง
สำนักข่าว Associated Press (AP) รายงานว่า OpenAI จัดทำประสบการณ์การใช้งานแยกต่างหากสำหรับบัญชีวัยรุ่น โดยมีข้อจำกัดด้านเนื้อหาที่เข้มงวดกว่าและมีฟีเจอร์สนับสนุนการเรียนรู้เพิ่มเติม มาตรการนี้เน้นไปที่การเปิดให้ใช้งานพร้อมติดตั้งระบบป้องกัน มากกว่าการปิดกั้นการใช้งานของวัยรุ่นโดยสิ้นเชิง
หัวใจสำคัญของมาตรการนี้อยู่ที่วิธีการตรวจสอบอายุ โดย OpenAI ระบุว่าบริษัทไม่ได้ยืนยันอายุผู้ใช้โดยตรง แต่ใช้สัญญาณเชิงพฤติกรรมและข้อมูลบัญชีร่วมกัน เช่น ระยะเวลาที่เปิดใช้บัญชี ช่วงเวลาที่ใช้งาน รูปแบบการใช้งาน และอายุที่ผู้ใช้ระบุเอง เพื่อประเมิน 'ความเป็นไปได้' ว่าผู้ใช้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีหรือไม่
หากผลการประเมินไม่ชัดเจน ระบบจะใช้ค่าเริ่มต้นเป็นประสบการณ์แบบวัยรุ่นที่ปลอดภัยกว่าไว้ก่อน ส่วนผู้ใหญ่ที่ถูกจัดประเภทผิดพลาดว่าเป็นวัยรุ่นสามารถขอปลดข้อจำกัดได้ด้วยการยืนยันตัวตนผ่านเซลฟี่ผ่านบริการตรวจสอบตัวตน Persona
บัญชีที่ถูกจัดว่าเป็นวัยรุ่นจะมีระบบลดการเข้าถึงเนื้อหาความรุนแรงแบบกราฟิก ชาเลนจ์ไวรัลที่อันตราย การเล่นบทบาทสมมติเชิงเพศ โรแมนติก หรือรุนแรง ภาพการทำร้ายตัวเอง รวมถึงเนื้อหาที่ส่งเสริมมาตรฐานรูปลักษณ์สุดโต่งและการควบคุมอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยมาตรการป้องกันนี้ไม่ได้มุ่งแค่บล็อกคำตอบบางประเภทเท่านั้น แต่ยังเน้นลดสัญญาณเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างบทสนทนายาวๆ ด้วย
OpenAI ยังเพิ่มฟีเจอร์ควบคุมโดยผู้ปกครองด้วย โดยพ่อแม่หรือผู้ปกครองสามารถเชื่อมบัญชีกับบัญชีวัยรุ่น ตั้ง 'ช่วงเวลาเงียบ' (quiet hours) และปรับการใช้งานโหมดเสียง ระบบความจำ การสร้างภาพ และการนำข้อมูลไปใช้ฝึกโมเดลได้
OpenAI อธิบายว่าระบบสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ปกครองได้เมื่อพบสัญญาณเสี่ยงเรื่องการทำร้ายตัวเองหรือความรุนแรง อย่างไรก็ตาม เนื้อหาบทสนทนาทั้งหมดจะไม่ถูกแชร์ให้ผู้ปกครองเห็นทั้งหมด ทำให้ประเด็นสมดุลระหว่างการตรวจจับความเสี่ยงกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวยังคงเป็นที่ถกเถียง
OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ควบคุมโดยผู้ปกครองเมื่อเดือนกันยายน 2025 จากนั้นเริ่มทยอยใช้ระบบประเมินอายุตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 และขยายขอบเขตการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยสำหรับวัยรุ่นเพิ่มเติมในเดือนกรกฎาคม 2026
ในเอกสารที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทระบุว่าจุดประสงค์การใช้งานรายสัปดาห์ของวัยรุ่นที่ใช้ ChatGPT ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การค้นหาข้อมูล การพัฒนาทักษะ และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เอกสารฉบับเดียวกันยังระบุว่าฟีเจอร์ 'Study Mode' ได้รับการออกแบบร่วมกับครูและนักวิทยาศาสตร์การเรียนรู้
ผลสำรวจของ Pew Research Center ที่ทำกับวัยรุ่นอายุ 13-17 ปีและผู้ปกครองในสหรัฐฯ รวม 1,458 คน ระหว่างวันที่ 25 กันยายนถึง 9 ตุลาคม 2025 พบว่าวัยรุ่น 57% ใช้แชทบอทเพื่อค้นหาข้อมูล และ 54% ใช้เพื่อช่วยทำการบ้าน ขณะที่การพูดคุยทั่วไปมีสัดส่วน 16% และการขอกำลังใจหรือคำปรึกษาด้านอารมณ์มี 12%
การประเมินจากภายนอกยังคงมีความเห็นแตกต่างกัน โดย Common Sense Media ให้คะแนน ChatGPT และ Sora ว่าเป็น 'ความเสี่ยงสูง' (high risk) สำหรับวัยรุ่นเมื่อเดือนตุลาคม 2025
Common Sense Media ระบุว่าแม้ ChatGPT จะมีประโยชน์ด้านการเรียนรู้และงานสร้างสรรค์ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เพื่อขอกำลังใจหรือคำปรึกษาด้านสุขภาพจิต โดยให้เหตุผลว่าแม้จะมีฟีเจอร์ป้องกันแล้ว แต่ปัญหาบทสนทนายาวนานและการพึ่งพาทางอารมณ์ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาแยกต่างหาก
ด้าน The Verge ประเมินว่าโหมดวัยรุ่นครั้งนี้มีลักษณะเป็นการรวมมาตรการความปลอดภัยที่มีอยู่เดิมเข้าด้วยกันมากกว่าจะเป็นของใหม่ทั้งหมด ขณะที่ OpenAI เองก็ยอมรับว่าระบบป้องกันยังไม่สมบูรณ์แบบ และอาจมีความพยายามหลีกเลี่ยงมาตรการเหล่านี้โดยตั้งใจ
มาตรการครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มที่ OpenAI แบ่งฟีเจอร์และรูปแบบการเข้าถึง ChatGPT ตามประเภทผู้ใช้มากขึ้น ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานกรณีที่ OpenAI ปรับโครงสร้างที่นั่งสำหรับลูกค้าธุรกิจของ ChatGPT ออกเป็น 2 รูปแบบมาแล้ว
ผลกระทบของ ChatGPT สำหรับวัยรุ่นต่อผู้ใช้ในไทยยังขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานของวัยรุ่นในประเทศ และการยอมรับฟีเจอร์ควบคุมโดยผู้ปกครองในแต่ละครอบครัว มาตรการที่ได้รับการยืนยันแล้วในขณะนี้คือการเพิ่มความเข้มงวดด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อายุ 13-17 ปี และการขยายฟีเจอร์ควบคุมโดยผู้ปกครอง
ความคิดเห็น 0