ผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2025 ของ ทาร์เก็ต(Target, $TGT) กลายเป็นบททดสอบสำคัญที่จะสะท้อนทั้งภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวและทิศทางการฟื้นตัวของกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ ตลาดคาดการณ์ว่ารายได้จะอยู่ที่ 2.614 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นที่ 2.33 ดอลลาร์
ทาร์เก็ตมีกำหนดประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ในช่วงเช้าของวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ) ตามรายงานของ CNBC ผู้บริหารบริษัทจะจัดการประชุมทางโทรศัพท์กับนักวิเคราะห์ในเวลา 08.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือประมาณ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของวันเดียวกัน
ตัวเลขคาดการณ์ของตลาดมาจากการรวบรวมความเห็นนักวิเคราะห์โดยกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน(London Stock Exchange Group หรือ LSEG) ผลประกอบการครั้งนี้ถือเป็นจุดตรวจสอบกลางทางของแผนฟื้นฟูธุรกิจภายใต้การนำของ มิเชล ฟิดเดลเก(Michael Fiddelke) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทาร์เก็ต
ราคาหุ้นทาร์เก็ตปรับขึ้นมาแล้วกว่า 55% นับตั้งแต่ต้นปี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนให้ความสนใจกับคำถามว่าการฟื้นตัวของรายได้จะนำไปสู่การปรับปรุงผลดำเนินงานจริงหรือไม่ มากกว่าทิศทางราคาหุ้นเพียงอย่างเดียว
ทาร์เก็ตระบุว่ายอดขายจากร้านสาขาเดิม(same-store sales) ในไตรมาสก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 5.6% ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส
ยอดขายจากร้านสาขาเดิมเป็นตัวชี้วัดที่เปรียบเทียบยอดขายของร้านที่เปิดมาแล้ว โดยไม่นับรวมสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ มักถูกใช้เพื่อดูว่าความต้องการซื้อของลูกค้าในร้านค้าฟื้นตัวขึ้นจริงหรือไม่ มากกว่าการดูการเติบโตของขนาดธุรกิจโดยรวม
ในตอนนั้นบริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้รวมทั้งปีด้วย แต่ ฟิดเดลเก ซีอีโอ กล่าวว่ายังคงมุมมองแบบ 'ระมัดระวัง' เนื่องจากความไม่แน่นอนของตลาด
ทาร์เก็ตระบุว่าการปรับปรุงด้านสินค้าคงคลัง องค์ประกอบสินค้า และกลยุทธ์การขาย เป็นโจทย์สำคัญของการเติบโต โดยในไตรมาสก่อนหน้าหมวดสินค้าแม่และเด็กถือเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม โจทย์การฟื้นตัวยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะรายได้รายปีของทาร์เก็ตอยู่ในภาวะทรงตัวมาเป็นเวลาประมาณ 4 ปี
ฟิดเดลเก กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า 'งานของเราเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น' ซึ่งสะท้อนว่าเขามองการปรับตัวดีขึ้นล่าสุดเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตระยะยาว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิสูจน์ผลลัพธ์
ประเด็นสำคัญของผลประกอบการครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขรายไตรมาส แต่อยู่ที่ความต่อเนื่องของการฟื้นตัว ผู้บริโภคสหรัฐฯ แสดงแนวโน้มลดการใช้จ่ายลงท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค
ในสถานการณ์เช่นนี้ ประเด็นที่ต้องจับตาคือทาร์เก็ตจะสามารถดึงกลุ่มลูกค้าหลักกลับมาได้อีกครั้งและรักษาทิศทางการเติบโตของยอดขายจากร้านสาขาเดิมได้ต่อเนื่องหรือไม่
นักวิเคราะห์จาก ดอยช์แบงก์ รีเสิร์ช(Deutsche Bank Research) ระบุในรายงานล่าสุดว่ายังคง 'รอดูสถานการณ์' จนกว่าจะเห็นหลักฐานเพิ่มเติมว่าการเติบโตของรายได้ล่าสุดของทาร์เก็ตจะนำไปสู่การขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่า 'ประเด็นถกเถียงที่สำคัญกว่านั้นคือการปรับปรุงด้านการบริหารร้านค้าและสินค้าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อความต่อเนื่องของการเติบโตหลังปีงบประมาณ 2027 หรือไม่'
สำหรับนักลงทุนไทย ผลประกอบการของทาร์เก็ตยังถือเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคในสหรัฐฯ และความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวในกลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปทิศทางราคาหุ้นจากผลประกอบการครั้งนี้เพียงอย่างเดียว
ทาร์เก็ตมีกำหนดชี้แจงผลประกอบการและความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูธุรกิจในการประชุมทางโทรศัพท์ ซึ่งจะจัดขึ้นเวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของวันที่ 19
ความคิดเห็น 0