ดัชนีคอสปี้ (KOSPI) ของเกาหลีใต้ร่วงลง 5.80% ปิดที่ 6,471.17 จุด เมื่อวันที่ 19 จากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ร่วงลงพร้อมกัน ส่วนดัชนีความกลัวและความโลภในตลาดคริปโตกลับปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในวันเดียวกัน แม้ยังอยู่ในโซนหวาดกลัว
Hankyung (한국경제) รายงานเมื่อวันที่ 19 ว่าดัชนีคอสปี้ปิดตลาดลดลง 5.80% จากวันก่อนหน้า อยู่ที่ 6,471.17 จุด ขณะที่ดัชนีคอสแด็ก (KOSDAQ) ปิดลบ 1.17% ที่ 824.46 จุด ด้านหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์(Samsung Electronics) และเอสเคไฮนิกซ์(SK hynix) ร่วงลง 7.82% และ 9.75% ตามลำดับ
สาเหตุโดยตรงของการร่วงลงครั้งนี้มาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีที่พุ่งขึ้นแตะ 5.33% ต่อปีในชั่วข้ามคืน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ก่อนจะปิดที่ 5.285% ต่อปี
อัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่สูงขึ้นเพิ่มภาระอัตราคิดลดของหุ้นกลุ่มเติบโต และสร้างความกังวลด้านการลงทุนของภาคธุรกิจไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการลงทุนในศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นแกนหลักของความคาดหวังด้านอุปสงค์เซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ต้นทุนการระดมทุนระยะยาวที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์อย่างชัดเจนกว่ากลุ่มอื่น
คิม กีแบ็ก(Kim Gi-baek) นักวิเคราะห์จากชินฮันอินเวสต์เมนต์(Shinhan Investment) กล่าวว่า “อัตราดอกเบี้ยระยะยาวทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรปปรับขึ้นพร้อมกัน ทำให้ภาระอัตราคิดลดของหุ้นกลุ่มเติบโตและความกังวลด้านการลงทุนถูกเน้นย้ำ ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีอ่อนตัวลง” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการร่วงลงของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่มีความเชื่อมโยงกับแนวโน้มดังกล่าวโดยตรง
ตลาดหุ้นในประเทศเกาหลีใต้เคยเผชิญการปรับฐานอย่างรุนแรงมาแล้วเมื่อเดือนก่อน โดยTokenPost เคยรายงานว่ามูลค่าตลาดรวมของหุ้นในประเทศร่วงลงต่ำกว่า 5,000 ล้านล้านวอนระหว่างการซื้อขายวันที่ 29 กรกฎาคม การร่วงลงในครั้งนี้จึงเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้นักลงทุนต้องกลับมาจับตาปัจจัยอัตราดอกเบี้ยระยะยาวอีกครั้งหลังการปรับฐานเมื่อเดือนกรกฎาคม
เบื้องหลังการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวสหรัฐฯ ถูกโยงไปที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ฐานะการคลังของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอลง และการออกหุ้นกู้ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ Hankyung รายงานว่า 5 บริษัทไฮเปอร์สเกลเลอร์รายใหญ่ ได้แก่ อเมซอน(Amazon) ไมโครซอฟท์(Microsoft) กูเกิล(Google) เมตาแพลตฟอร์มส์(Meta Platforms) และออราเคิล(Oracle) ออกหุ้นกู้รวมมูลค่า 1.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 222 ล้านล้านวอน) ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เพื่อใช้ลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูล AI
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีของสหรัฐฯ โดยทั่วไปถูกมองว่ามีความเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นน้อยกว่าพันธบัตรอายุ 10 ปี แต่ในช่วงหลังนี้ความสนใจของตลาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากการลงทุนด้าน AI ที่ขยายตัวมาบรรจบกับต้นทุนการระดมทุนระยะยาวที่สูงขึ้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวปรับสูงขึ้น มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตจะลดลง และภาระต้นทุนของบริษัทที่ลงทุนขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ฮัน จีย็อง(Han Ji-young) นักวิเคราะห์จากคีวุมซีเคียวริตี้(Kiwoom Securities) กล่าวว่า “ช่วงครึ่งปีแรกที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 30 ปีของสหรัฐฯ อยู่เหนือ 5% ต่อปี ค่า PER คาดการณ์ล่วงหน้าของดัชนีคอสปี้อยู่ที่ราว 7 เท่าต้นถึงกลาง แต่ปัจจุบันอยู่ที่เพียง 5.6 เท่า” และระบุว่า “เมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานแล้ว น่าจะช่วยพยุงไม่ให้ตลาดหุ้นร่วงลงไปมากกว่านี้” ทั้งนี้ คำกล่าวดังกล่าวเป็นการประเมินต่อตลาดหุ้นในประเทศเท่านั้น ไม่ได้เป็นเหตุผลที่อธิบายทิศทางราคาคริปโตโดยตรง
ในตลาดคริปโต ความกลัวยังไม่คลี่คลายลงอย่างสมบูรณ์ Alternative.me เปิดเผยดัชนีความกลัวและความโลภคริปโต (Crypto Fear & Greed Index) เมื่อเวลา 9.30 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ของวันที่ 19 อยู่ที่ระดับ 46
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้น 5 จุดจาก 41 ในวันก่อนหน้า แต่ยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “หวาดกลัว” (Fear) โดยTokenPost รายงานในวันเดียวกันว่าดัชนีความกลัวและความโลภปรับขึ้นมาที่ 46 แต่ยังคงอยู่ในโซนหวาดกลัว
ดัชนีความกลัวและความโลภแสดงภาวะความรู้สึกของนักลงทุนในตลาดบิตคอยน์(BTC) และคริปโตหลักด้วยตัวเลข 0 ถึง 100 ยิ่งใกล้ 0 มากเท่าใด ยิ่งสะท้อนความกลัวที่รุนแรง ส่วนยิ่งใกล้ 100 มากเท่าใด ยิ่งสะท้อนความโลภที่รุนแรง
ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างตลาดหุ้นและตลาดคริปโตในครั้งนี้ยังไม่อาจตีความได้ง่ายๆ ว่าเป็นสัญญาณการฟื้นตัว เพราะดัชนีคอสปี้สะท้อนแรงกระแทกจากอัตราดอกเบี้ยระยะยาวโดยตรง ขณะที่ดัชนีความรู้สึกในตลาดคริปโตแม้จะปรับดีขึ้นจากวันก่อนหน้า แต่ก็ยังไปไม่ถึงเส้นกลางที่ระดับ 50
ตัวเลขที่ได้รับการยืนยันในขณะนี้มีเพียงการร่วงลงของตลาดหุ้นในประเทศ การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวสหรัฐฯ และการที่ดัชนีความกลัวและความโลภยังคงอยู่ในโซนหวาดกลัว การที่ตัวเลขดัชนีปรับขึ้นหมายเพียงว่าระดับความกลัวลดลงเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่รับประกันว่าราคาคริปโตจะปรับตัวสูงขึ้น
ความคิดเห็น 0