Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

1.6 หมื่นตำแหน่ง/เดือน: AI ฉุดจ้างงานสหรัฐฯ ชะลอตัว ไม่ใช่เลิกจ้าง

ผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อตลาดแรงงานสหรัฐฯ อยู่ใกล้เคียงกับ 'การชะลอตัวของการจ้างงานรายเดือน' มากกว่าการเลิกจ้างจำนวนมาก ตัวเลขหลักที่โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) หยิบยกมาคือ 16,000 ตำแหน่งต่อเดือน แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่จำนวนคนที่ถูกเลิกจ้างโดยตรง หากเป็นส่วนที่หายไปจากยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน

โกลด์แมน แซคส์ รีเสิร์ช เปิดเผยในเอกสารที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 เมษายน (เวลาท้องถิ่น) ว่า AI ทำให้ยอดการจ้างงานรายเดือนของสหรัฐฯ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาลดลงราว 16,000 ตำแหน่ง และดันอัตราการว่างงานขึ้นราว 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ เอกสารฉบับเดียวกันระบุว่า ผลจากการที่ AI เข้ามาแทนที่แรงงานคนสร้างแรงกดดันให้การจ้างงานลดลงราว 25,000 ตำแหน่งต่อเดือน ขณะที่ผลจากการที่ AI ช่วยเสริมการทำงานของคนกลับทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นราว 9,000 ตำแหน่งต่อเดือน

ด้วยเหตุนี้ การพูดว่า 'AI ทำให้ตำแหน่งงานในสหรัฐฯ หายไป 16,000 ตำแหน่งทุกเดือน' จึงเป็นการตีความที่รุนแรงเกินกว่าต้นฉบับ เพราะบทวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ หมายถึงส่วนหนึ่งของการจ้างงานใหม่ที่ 'ควรจะเกิดขึ้นแต่ไม่เกิด' ไม่ใช่ตัวเลขที่รวบรวมจากผู้ถูกเลิกจ้างจริง

ความแตกต่างนี้สำคัญต่อการอ่านตลาดแรงงาน การที่ยอดการจ้างงานใหม่ลดลงอาจหมายความว่าบริษัทต่างๆ ชะลอความเร็วในการรับคน หรือความต้องการตำแหน่งใหม่บางส่วนลดลง แต่ไม่ได้แปลว่าแรงงานเดิมที่มีอยู่ทั้งหมดต้องตกงาน

โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่าผลกระทบเกิดขึ้นก่อนกับงานสายวิชาชีพออฟฟิศ (white-collar) บางประเภท และแรงงานระดับเริ่มต้นสายอาชีพ โดยยกตัวอย่างอาชีพที่มีความเสี่ยงถูก AI แทนที่สูง ได้แก่ พนักงานรับสายโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่พิจารณาสินไหมประกันภัย และเจ้าหน้าที่ติดตามหนี้

ในทางกลับกัน อาชีพอย่างบุคลากรด้านการศึกษา ผู้พิพากษา และผู้จัดการงานก่อสร้าง ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ AI มีแนวโน้มจะช่วยเสริมการทำงานมากกว่าเข้ามาแทนที่ บทวิเคราะห์ชี้ว่าแม้จะเป็นเทคโนโลยีเดียวกัน แต่ผลลัพธ์แยกออกเป็นสองทาง คือส่วนที่เข้าแทนที่งานซ้ำๆ กับส่วนที่ช่วยเสริมทักษะการตัดสินใจและการประสานงานหน้างาน

การจะเข้าใจผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงานต้องแยกดูระหว่าง 'ผลแทนที่' กับ 'ผลเสริม' ผลแทนที่คือกรณีที่ซอฟต์แวร์เข้ามาทำงานแทนที่คนเคยทำ ส่วนผลเสริมคือกรณีที่เครื่องมือ AI ช่วยเพิ่มผลิตภาพจนความต้องการแรงงานในงานอื่นเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

โกลด์แมน แซคส์ อธิบายว่าเพื่อแยกสองผลนี้ออกจากกัน ได้นำคะแนนความเสี่ยงจากการถูก AI แทนที่แบบเดิมมาผนวกกับดัชนีความสามารถในการเสริมงาน (complementarity) ในกลุ่มเดียวกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ใช้ แทนที่จะจัดทุกอาชีพที่สัมผัส AI ให้เป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด วิธีนี้พิจารณาด้วยว่าโครงสร้างงานจริงยังต้องพึ่งพาคนหรือไม่

เมื่อเวลาผ่านไป การพูดถึงตัวเลขก็แคบลง โจเซฟ บริกส์ (Joseph Briggs) นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายวิจัยของโกลด์แมน แซคส์ กล่าวในการสนทนาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมว่า หากรวมเฉพาะบางสาขาที่นำเครื่องมือ AI ไปใช้แล้วจริง เช่น เทคโนโลยี ที่ปรึกษาด้านการบริหาร และการออกแบบกราฟิก AI สร้างภาระต่อการเติบโตของการจ้างงานรายเดือนอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 ตำแหน่ง

บริกส์อธิบายในทำนองว่า ผลกระทบในปัจจุบันยังเป็น 'แรงสั่นสะเทือนเฉพาะจุด' ในตลาดแรงงาน และยังไม่เห็นผลกระทบที่ชัดเจนต่อเศรษฐกิจในภาพรวม กล่าวคือตัวเลข 16,000 ตำแหน่งยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะอ่านเป็นสัญญาณการล่มสลายเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้งระบบ

ก่อนหน้านี้ โกลด์แมน แซคส์ ระบุในเอกสารเมื่อวันที่ 18 มีนาคมว่า ผลกระทบของ AI ปรากฏให้เห็นแล้วในภาคเทคโนโลยี ภาคความรู้ และภาคสร้างสรรค์ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าองค์ประกอบการจ้างงานของตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญเพราะ AI

การอธิบายภาวะชะลอตัวของตลาดแรงงานด้วย AI เพียงปัจจัยเดียวก็ทำได้ยากเช่นกัน โกลด์แมน แซคส์ ระบุในเอกสารฉบับเดียวกันว่า ความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าและการชะลอตัวของแรงงานข้ามชาติก็เป็นปัจจัยที่ทำให้การจ้างงานชะลอตัวเช่นกัน

ก็มีความเห็นในมุมตรงข้ามเช่นกัน ดารอน อาเซโมกลู (Daron Acemoglu) ศาสตราจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และนีล ทอมป์สัน (Neil Thompson) นักวิจัยจาก MIT กล่าวในการสนทนาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมในทำนองว่า ต้องพิจารณาความเร็วในการเปลี่ยนงานจริงและต้นทุนของ AI ควบคู่กันไปด้วย

ทั้งสองย้ำว่าศักยภาพทางเทคนิคของ AI ไม่ได้แปลงเป็นการทำลายตำแหน่งงานในทันที แม้บริษัทจะนำ AI มาใช้ แต่ต้องอาศัยเงื่อนไขอื่นประกอบ เช่น กระบวนการทำงาน ต้นทุน กฎระเบียบ และการยอมรับของลูกค้า ก่อนที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานจริง

ขณะเดียวกัน AI ก็สร้างตำแหน่งงานใหม่เช่นกัน โกลด์แมน แซคส์ มองว่าการสร้างศูนย์ข้อมูล (data center) และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรองรับการขยายตัวของ AI สามารถสร้างงานได้ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงาน กระแสการลงทุน AI ที่กำลังเขย่าโครงสร้างพลังงาน ศูนย์ข้อมูล และภาคการเงินไปพร้อมกัน ไว้เช่นกัน

สำหรับผู้อ่านในไทย ประเด็นนี้เกี่ยวโยงกับการอ่านตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับกระแสการลงทุนด้าน AI ข้อมูลที่ยืนยันได้ในขณะนี้จากโกลด์แมน แซคส์ คือผลกระทบของ AI ยังกระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มอาชีพ ส่วนผลกระทบต่อตลาดแรงงานโดยรวม การบริโภค ค่าจ้าง และทิศทางอัตราดอกเบี้ย ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมมายืนยันต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1