เป้าราคาหุ้นอินเทลเลียนเทค(189300) ถูกปรับลดจาก 144,000 วอน เหลือ 101,000 วอน สะท้อนแรงส่งของหุ้นกลุ่มอวกาศที่อ่อนตัวลง แต่ประมาณการผลประกอบการปีหน้ายังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง
Asia Economy รายงานว่า คิม อารัม (Kim A-ram) นักวิเคราะห์อาวุโสของชินฮันอินเวสต์เมนต์แอนด์ซีเคียวริตี้ (Shinhan Investment & Securities) ระบุในรายงานว่าได้ปรับอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น ('PER') ที่ใช้ประเมินมูลค่าจาก 40 เท่า เหลือ 25 เท่า ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำการลงทุนที่ 'ซื้อ' ไว้เช่นเดิม
คิม อารัม กล่าวว่า “เราปรับอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้นจาก 40 เท่า เหลือ 25 เท่า เพื่อสะท้อนแรงส่งของหุ้นกลุ่มอวกาศที่อ่อนตัวลง” พร้อมระบุว่า “ประมาณการรายได้และกำไรจากการดำเนินงานปีหน้ากลับปรับตัวสูงขึ้น จึงคาดว่าจะมีการฟื้นตัวหากตลาดคอสแด็กกลับมาแข็งแกร่งขึ้น หรือหุ้นถูกเลื่อนขึ้นสู่กลุ่มที่ 1 ของระบบคอสแด็ก” การปรับเป้าราคาลงครั้งนี้จึงตีความได้ว่าเป็นการปรับ 'ตัวคูณมูลค่า' ที่ตลาดให้กับหุ้น มากกว่าการปรับมุมมองต่อผลประกอบการในอนาคต
ราคาหุ้นอินเทลเลียนเทคปิดที่ 153,700 วอน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ก่อนจะร่วงลงระหว่างวันไปแตะระดับ 69,200 วอน ในวันที่ 19 ตามข้อมูลราคาที่ Asia Economy อ้างอิง ราคาปิดวันที่ 19 อยู่ที่ 69,900 วอน และราคาล่าสุดอยู่ที่ 68,300 วอน
คิม อารัม มองว่าสาเหตุของการปรับฐานราคาหุ้นมาจากกระแสคาดการณ์การเข้าตลาดหุ้นของสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ที่ถูกสะท้อนไว้ในราคาล่วงหน้าก่อน แล้วจึงคลี่คลายลงในภายหลัง เขากล่าวว่า “ราคาหุ้นปรับลดลงระหว่างการรับรู้กระแสการเข้าตลาดหุ้นของสเปซเอ็กซ์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน” และว่า “นี่เป็นเพียงการปรับตัวคูณมูลค่าให้กลับสู่ระดับปกติ ไม่ได้สะท้อนความเสียหายต่อแนวโน้มการเติบโตพื้นฐานของบริษัทแต่อย่างใด”
PER คืออัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น หากบริษัทมีกำไรเท่าเดิมแต่ตลาดประเมินศักยภาพการเติบโตสูง ตัวคูณที่ได้จะสูงตาม แต่หากความคาดหวังต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอ่อนลง ตัวคูณก็จะลดลงได้เช่นกัน การปรับครั้งนี้จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงระดับการประเมินมูลค่าของกลุ่มหุ้นอวกาศโดยรวม มากกว่าการเปลี่ยนแปลงประมาณการกำไรของอินเทลเลียนเทคเอง
อินเทลเลียนเทคเปิดเผยเมื่อวันที่ 14 ว่า ผลประกอบการรวมไตรมาส 2 มีรายได้ 97,200 ล้านวอน กำไรจากการดำเนินงาน 7,100 ล้านวอน และกำไรสุทธิ 4,700 ล้านวอน โดยรายได้เพิ่มขึ้น 30% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 304% ขณะที่กำไรสุทธิพลิกจากขาดทุน 4,100 ล้านวอนในช่วงเดียวกันปีก่อน กลับมาเป็นกำไร
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาจากทั้งธุรกิจเสาอากาศภาคพื้นดินและเสาอากาศทางทะเล คิม อารัม อธิบายว่าฝั่งภาคพื้นดิน ยอดขายเกตเวย์ของลูกค้ารายใหญ่ (บริษัท A) และเสาอากาศแบบแมนแพ็กสำหรับกองทัพ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนฝั่งทางทะเล ยอดขายเติบโตต่อเนื่องจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ 'เน็กซัสเวฟ' (NexusWave)
อินเทลเลียนเทคเป็นผู้ผลิตเสาอากาศสื่อสารผ่านดาวเทียม ความต้องการเสาอากาศสำหรับสถานีภาคพื้นดินและเรือเดินทะเลจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับการขยายตัวของบริการสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำและความต้องการสื่อสารทางทะเล อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสความคาดหวังเหล่านี้ถูกสะท้อนในราคาหุ้นไปก่อนแล้ว ประเด็นสำคัญที่เหลือคือรายได้และกำไรจริงจะตามมาทันในอัตราเร็วเพียงใด
ความสนใจของนักลงทุนต่อสเปซเอ็กซ์ปรากฏให้เห็นผ่านช่องทางอื่นด้วยเช่นกัน โดยมิแรอีแอสเซ็ทซีเคียวริตี้ (Mirae Asset Securities) เปิดเผยกำไรจากการตีมูลค่าหุ้นสเปซเอ็กซ์ในไตรมาส 2 ที่ 1.6242 ล้านล้านวอน และกองทุนบำนาญแห่งชาติเกาหลี (National Pension Service) ก็ยืนยันการถือหุ้นสเปซเอ็กซ์จำนวน 3.5 ล้านหุ้น ณ สิ้นไตรมาส 2 เช่นกัน สำหรับกรณีอินเทลเลียนเทค ปัจจัยหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการปรับประมาณการผลประกอบการและมูลค่าประเมิน มากกว่าทิศทางราคาหุ้นโดยตรง
ชินฮันอินเวสต์เมนต์แอนด์ซีเคียวริตี้คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานของอินเทลเลียนเทคปีนี้ไว้ที่ 32,100 ล้านวอน คิม อารัม ระบุในรายงานว่า หากพิจารณาแนวโน้มที่ผลประกอบการมักกระจุกตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ตัวเลขดังกล่าวมีความเป็นไปได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Asia Economy, Newspim
ความคิดเห็น 0