โดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ย้ำคำสั่งให้ลดขนาดการซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้ พร้อมวิจารณ์ซ้ำกรณีเกาหลีใต้ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือด้านอิหร่าน
ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล(Truth Social) เมื่อวันที่ 26 ตามเวลาเกาหลีใต้ แสดงความไม่พอใจต่อการซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้ โดยอ้างถึงความสัมพันธ์กับคิม จองอึน(Kim Jong Un) ประธานคณะกรรมาธิการกิจการแห่งรัฐเกาหลีเหนือ เขาระบุว่าเนื่องจากการยกเลิกการซ้อมรบล่าช้าเกินไป จึงสั่งให้พีต เฮกเซธ(Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ลดขนาดการซ้อมรบร่วมลงอย่างมาก
ประธานาธิบดีทรัมป์หยิบยกทั้งประเด็นภาระค่าใช้จ่ายและสัญญาณที่ส่งถึงเกาหลีเหนือมาเป็นเหตุผล เขากล่าวว่า "มันสายเกินไปที่จะยกเลิกการซ้อมรบ" พร้อมอ้างว่าการซ้อมรบมีค่าใช้จ่ายสูง และสหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระส่วนใหญ่ ความเห็นนี้สะท้อนมุมมองของเขาที่ต้องการลดต้นทุนด้านความมั่นคงที่สหรัฐฯ แบกรับให้กับพันธมิตร
เขายังกล่าวว่าการซ้อมรบดังกล่าวส่งสัญญาณที่ "ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์" ต่อเกาหลีเหนือ โดยอธิบายว่าคิม จองอึนแสดงท่าทีให้ความเคารพสหรัฐฯ มาตลอดช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
ความเห็นครั้งนี้มีขึ้นหลังจากมีรายงานคำสั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้ของประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาก่อนหน้านี้ ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์(Reuters) รายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยคำสั่งดังกล่าวผ่านโพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 16 ที่ผ่านมา
สำนักข่าวเอพี(AP) ก็รายงานเรื่องเดียวกัน โดยระบุรายละเอียดการปรับตารางการซ้อมรบ 'อึลจีฟรีดอมชิลด์'(Ulchi Freedom Shield) มีรายงานว่าหน่วยงานทหารเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่กำลังดำเนินการซ้อมรบร่วมอยู่ในขณะนี้ จะยุติการซ้อมรบเร็วกว่าแผนเดิม พร้อมลดการซ้อมรบภาคสนามบางส่วนลงด้วย
อึลจีฟรีดอมชิลด์เป็นการซ้อมรบป้องกันร่วมที่เกาหลีใต้และสหรัฐฯ จัดขึ้นเป็นประจำ โดยทั่วไปประกอบด้วยการซ้อมบัญชาการและการซ้อมรบภาคสนาม เพื่อตรวจสอบระบบบัญชาการและการตอบสนองในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินบนคาบสมุทรเกาหลี
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังหยิบยกท่าทีของเกาหลีใต้ต่อประเด็นอิหร่านขึ้นมาอีกครั้ง โดยอ้างว่าเขาได้ถามอีแจมยอง(Lee Jae-myung) ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ว่าเกาหลีใต้มีความประสงค์จะเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการผลักดันให้อิหร่านปลดอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ และเกาหลีใต้ตอบกลับมาในทำนอง "ขอปฏิเสธ (No thanks)"
ความเห็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นการปรับการซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้ ความร่วมมือด้านความมั่นคงในตะวันออกกลาง และข้อถกเถียงเรื่องการแบ่งภาระภายในพันธมิตร มีความเกี่ยวโยงกัน ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยหยิบยกประเด็นที่เกาหลีใต้ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือด้านช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาวิจารณ์เช่นกัน
ฝั่งเกาหลีเหนือแสดงปฏิกิริยาในเชิงลบต่อการลดขนาดการซ้อมรบเช่นกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่าคิม โยจอง(Kim Yo Jong) รองผู้อำนวยการพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ระบุว่าแม้ระยะเวลาและขนาดของการซ้อมรบจะลดลง แต่ "ลักษณะที่ยั่วยุและก้าวร้าวยังไม่เปลี่ยนแปลง"
การซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องทั้งความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีและการบริหารจัดการพันธมิตรไปพร้อมกัน การปรับลดการซ้อมรบอาจถูกตีความว่าเป็นสัญญาณสร้างบรรยากาศเจรจากับเกาหลีเหนือ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องการลดทอนขีดความสามารถในการยับยั้งได้เช่นกัน
ยังไม่มีตัวเลขยืนยันผลกระทบโดยตรงต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเด็นนี้ สาระสำคัญที่ยืนยันได้ในกรณีนี้คือ ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำคำสั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมสหรัฐ-เกาหลีใต้อีกครั้ง โดยอ้างอิงความสัมพันธ์กับคิม จองอึนและท่าทีของเกาหลีใต้ต่อประเด็นอิหร่านเป็นเหตุผลประกอบ
ความคิดเห็น 0