สหรัฐฯ ประกาศ 'คว่ำบาตร' เพิ่มเติมต่อกลุ่มบุคคล นิติบุคคล และเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านรวมประมาณ 60 ราย โดยเป้าหมายครั้งนี้ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการจัดหาอาวุธ ปฏิบัติการไซเบอร์ และเครือข่ายรายได้จากน้ำมันและปิโตรเคมีของอิหร่าน
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ(U.S. Department of the Treasury) แถลงเมื่อวันที่ 25 (ตามเวลาเกาหลีใต้) ว่าได้เริ่มปฏิบัติการ 'Economic Outcast' พร้อมเรียกร้องให้ประเทศและภาคเอกชนทั่วโลกร่วมสกัดกั้นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ(Office of Foreign Assets Control) ของกระทรวงการคลังระบุว่า ได้คว่ำบาตรนิติบุคคล บุคคล และเรือที่เอื้อให้รัฐบาลอิหร่านจัดหาเทคโนโลยีนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ดำเนินปฏิบัติการไซเบอร์ และสร้างเครือข่ายรายได้จากน้ำมัน
กระทรวงการคลังยังกำหนด 5 กลุ่มธุรกิจหลักที่อาจถูก 'คว่ำบาตรทางอ้อม' (secondary sanctions) เกี่ยวกับอิหร่านในระยะต่อไป ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ ความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้ตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตและธุรกิจที่เกี่ยวข้องต้องขยายขอบเขตการตรวจสอบธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับอิหร่านมากขึ้น
ในการดำเนินการชุดเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ(U.S. Department of State) ระบุว่าได้คว่ำบาตรเครือข่ายการค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่าน รวมถึงการเดินเรือและผู้ให้บริการขนส่งทางทะเลที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายหรือราคาสินทรัพย์คริปโตในตลาดจริงมากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0