Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ธุรกรรมต้องสงสัย สหรัฐ-อังกฤษจับมือสางเครือข่ายสแกมข้ามชาติ

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอังกฤษ ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมสืบสวนศูนย์สแกมคริปโตข้ามชาติ ขณะที่เครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินสหรัฐฯ (FinCEN) เปิดเผยว่าธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลจากศูนย์สแกมต่างประเทศ มีมูลค่าพุ่งถึง 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17.15 ล้านล้านวอนเกาหลีใต้)

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันที่ 4 (เวลาเกาหลีใต้) ว่าหน่วยเฉพาะกิจศูนย์สแกม (Scam Center Task Force) ประจำสำนักงานอัยการสหรัฐฯ เขตวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุดแห่งอังกฤษและเวลส์ (Crown Prosecution Service) และหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติอังกฤษ (National Crime Agency: NCA) พร้อมระบุว่านี่คือกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งแรก เพื่อสกัดกั้นศูนย์สแกมที่ก่อเหตุฉ้อโกงลงทุนคริปโตและฉ้อโกงลงทุนผ่านช่องทางไซเบอร์

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุมการสืบสวนคู่ขนานต่อเป้าหมายร่วมกัน การแบ่งปันข้อมูลเครือข่ายอาชญากรรมองค์กร การหารือเขตอำนาจฟ้องคดีในคดีที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน และการเร่งดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องเป็นลำดับแรก ทั้งสองประเทศตรวจพบคดีสำคัญที่ซ้อนทับกันแล้ว โดยหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติอังกฤษมีกำหนดจัดงานพบปะกับพันธมิตรภาคเอกชนที่กรุงลอนดอนในต้นเดือนตุลาคม เพื่อหารือมาตรการสกัดกั้นเครือข่ายฉ้อโกง

เจนีน เฟอร์ริส พีร์โร(Jeanine Ferris Pirro) อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า "อังกฤษเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ" และ "วันนี้เรายืนหยัดร่วมกันในสงครามต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าสหรัฐฯ มองความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามพรมแดน พีร์โรยังชี้ว่าเครือข่ายอาชญากรรมองค์กรเชื้อสายจีนเป็นผู้บริหารศูนย์สแกมเหล่านี้ โดยยึดเงินจากเหยื่อและใช้แรงงานที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

เบื้องหลังการขยายขอบเขตความร่วมมือของสหรัฐฯ คือขนาดความเสียหายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (IC3) ของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ระบุว่าการฉ้อโกงผ่านช่องทางไซเบอร์คิดเป็นสัดส่วนราว 85% ของความเสียหายที่มีการแจ้งเข้ามาในปี 2025 โดยในจำนวนนี้ความเสียหายจากการฉ้อโกงลงทุนผ่านไซเบอร์ซึ่งรวมถึงคริปโต เพิ่มขึ้นจาก 4.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.17 ล้านล้านวอนเกาหลีใต้) ในปี 2023 เป็น 8.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12 ล้านล้านวอนเกาหลีใต้) ในปี 2025 หรือเพิ่มขึ้น 89%

หน่วยเฉพาะกิจศูนย์สแกมก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยมีเป้าหมายหลักคือเครือข่ายอาชญากรรมองค์กรเชื้อสายจีนที่ปฏิบัติการอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าเครือข่ายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงลงทุนคริปโต การฉ้อโกงไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เหยื่อชาวอเมริกันเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

ศูนย์สแกม หมายถึงฐานปฏิบัติการอาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นองค์กร ใช้แพลตฟอร์มลงทุนปลอมและเทคนิค 'วิศวกรรมสังคม' หลอกล่อเหยื่อให้โอนเงิน รูปแบบที่พบบ่อยคือการโน้มน้าวเหยื่อในระยะยาวให้เริ่มโอนเงินจำนวนน้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มยอดโอนจนสูญเสียเงินก้อนใหญ่ ทำให้หน่วยงานสืบสวนต้องติดตามทั้งเส้นทางบัญชีรายบุคคลและเครือข่ายการฟอกเงินขององค์กรไปพร้อมกัน

เครือข่ายปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยผลวิเคราะห์แยกต่างหากเมื่อวันที่ 4 (เวลาเกาหลีใต้) ว่าธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลจากศูนย์สแกมต่างประเทศ มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17.15 ล้านล้านวอนเกาหลีใต้) โดยอ้างอิงจากรายงานธุรกรรมต้องสงสัยกว่า 33,000 ฉบับที่ยื่นเข้ามาระหว่างเดือนกันยายน 2023 ถึงเดือนธันวาคม 2025

มาตรการปราบปรามระดับนานาชาติขยายตัวต่อเนื่องมาก่อนหน้านี้แล้ว กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการร่วมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีตำรวจดูไบ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเข้าร่วม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อย่างน้อย 276 คน และปิดศูนย์สแกมคริปโตได้อย่างน้อย 9 แห่ง โดยสหรัฐฯ ได้ฟ้องผู้เกี่ยวข้องในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อยู่ในทิศทางเดียวกับรายงานก่อนหน้านี้ของโทเคนโพสต์ที่ระบุว่าหน่วยงานสืบสวนและฟ้องร้องของสหรัฐฯ และอังกฤษ ได้วางกรอบความร่วมมือครั้งแรกเพื่อปราบปรามศูนย์สแกมคริปโตต่างประเทศ แต่จุดสำคัญของการประกาศครั้งนี้อยู่ที่การประสานข้อมูลสืบสวน เขตอำนาจฟ้องคดี และมาตรการสกัดกั้นภาคเอกชนให้อยู่ในกรอบเดียวกัน มากกว่าการปราบปรามเป็นรายคดี

สำหรับนักลงทุนชาวไทย ประเด็นการฉ้อโกงลงทุนคริปโตข้ามพรมแดนก็เป็นเรื่องใกล้ตัวไม่ต่างกัน เพราะโครงสร้างการหลอกลวงที่สลับไปมาระหว่างเว็บเทรดต่างประเทศ แอปพลิเคชันแชท และเว็บไซต์ลงทุนปลอม มักทำให้ที่อยู่ของเหยื่อกับฐานปฏิบัติการของขบวนการอาชญากรรมอยู่คนละประเทศ การสืบสวนโดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังจึงอาจทำให้การอายัดเงินและการฟ้องร้องล่าช้ากว่าที่ควร

ขั้นตอนถัดไปของทั้งสองประเทศคืองานพบปะระหว่างภาครัฐและเอกชนที่กรุงลอนดอนในต้นเดือนตุลาคมนี้ โดยหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งชาติอังกฤษ (NCA) มีกำหนดหารือร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนถึงแนวทางสกัดกั้นเครือข่ายฉ้อโกงในโอกาสดังกล่าว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1