บริษัทจัดการสินทรัพย์ในสหรัฐฯ อย่างแวนเอ็ค(VanEck) ได้ส่งสัญญาณเตรียมเปิดตัวกองทุน ETF แบบอ้างอิงสินทรัพย์จริงที่ผูกกับเหรียญบีเอ็นบี(BNB) ซึ่งเป็นโทเคนของไบแนนซ์(Binance) โดยแวนเอ็คได้จดทะเบียนจัดตั้งทรัสต์ภายใต้ชื่อ ‘VanEck BNB ETF’ ในรัฐเดลาแวร์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจนำไปสู่การเปิดตัว ETF ที่อ้างอิงกับเหรียญ BNB เป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ
จากข้อมูลของระบบสารสนเทศภาคธุรกิจของรัฐเดลาแวร์ แวนเอ็คได้จดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา โดยออกแบบในรูปแบบทรัสต์ซึ่งคล้ายกับ ETF อื่น ๆ ที่เคยเปิดตัวก่อนหน้านี้ วงการเชื่อว่าการจดทะเบียนครั้งนี้คือขั้นตอนแรกในการผลักดัน ETF ตัวใหม่ที่อิงกับ BNB และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการขยาย BNB เชนเข้าสู่โลกการเงินดั้งเดิม
ในฝั่งยุโรป สินค้าการลงทุนที่อิงกับ BNB ได้มีการซื้อขายอยู่ก่อนแล้ว โดยบริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตของสวิตเซอร์แลนด์ 21Shares ได้เปิดตัว ETP (กองทุนซื้อขายแบบอิงดัชนี) ที่อิงกับ BNB ตั้งแต่ปี 2019 โดยมีขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการอยู่ราว 15 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 219 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 0.3% ของสินทรัพย์คริปโตทั้งหมดในสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมา มีการไหลออกของเงินทุนจากกองทุนนี้มากกว่า 580 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8,500 ล้านบาท
เหรียญบีเอ็นบี(BNB) ถูกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2017 ในฐานะโทเคน ERC-20 ที่ใช้เพื่อรับส่วนลดค่าธรรมเนียมในการซื้อขายผ่านไบแนนซ์ แต่ปัจจุบัน BNB ได้พัฒนาเป็นสินทรัพย์หลักบน BNB เชน ซึ่งเป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่เน้นการกระจายอำนาจและสนับสนุนแอปพลิเคชันแบบเว็บ 3 โดยให้ความสำคัญกับชุมชนผู้ใช้งานเป็นหลัก
ความเคลื่อนไหวของแวนเอ็คไม่ได้จำกัดอยู่แค่ BNB เพียงอย่างเดียว เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แวนเอ็คยังได้จดทะเบียนทรัสต์สำหรับเตรียมเปิดตัว ETF ที่ผูกกับอวาแลนเช(AVAX) และยังมีการยื่นขออนุมัติ ETF ที่เกี่ยวกับริปเปิล(XRP) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ด้วย ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเห็นจำนวนการยื่นขอ ETF ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังว่ากรอบกำกับดูแลอาจเปิดกว้างมากขึ้น
กระแสการขยายตัวของตลาด ETF จากบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ไปสู่เหรียญทางเลือกตัวอื่น ๆ หรือ ‘อัลต์คอยน์’ ทำให้เกิดความหวังใหม่ในเรื่องของเม็ดเงินลงทุนและสภาพคล่องที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในประเด็นการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ที่ยังถือว่าเป็น *อุปสรรค* ใหญ่ในกระบวนการเปิดตัว ETF ดังกล่าว
ความคิดเห็น 0