ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดคริปโตพลิกฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดในระดับที่น่าจับตา โดยตามข้อมูลจากนักวิเคราะห์ตลาด อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) เม็ดเงินที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตเพิ่มขึ้นจาก 1.82 พันล้านดอลลาร์ เป็น 8.2 พันล้านดอลลาร์ หรือมากกว่า 350% สะท้อนความเชื่อมั่นที่กลับมาอย่างชัดเจน
จากแผนภูมิที่มาร์ติเนซเผยแพร่ ช่วงระหว่างวันที่ 17 มีนาคม ถึง 3 เมษายน เม็ดเงินไหลเข้าสู่บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และสเตเบิลคอยน์เพิ่มขึ้นถ้วนหน้า โดยเฉพาะระยะตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนที่เห็นกระแส ‘เงินเข้า’ อย่างชัดเจน แม้ในวันที่ 24 มีนาคมจะมีสัญญาณการขายทำกำไรหลังราคาผันผวน แต่ก็เปลี่ยนกลับเป็นเงินไหลเข้าสูงถึง 8.2 พันล้านดอลลาร์ในวันที่ 3 เมษายน และไม่มีการไหลออกเลยในวันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
แม้ ‘ถ้อยแถลงเรื่องการจัดเก็บภาษีเต็มรูปแบบ’ ของประธานาธิบดีทรัมป์จะสร้างความไม่มั่นคงชั่วคราวให้กับตลาด แต่กลับกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์และเหรียญหลักอื่นๆ มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ การที่นักลงทุนเลือกถือครองสเตเบิลคอยน์แทนหุ้น แสดงให้เห็นถึงระดับ ‘ความเชื่อมั่น’ ที่ตลาดเริ่มมีต่อระบบสินทรัพย์ดิจิทัล
ตลาดคริปโตกำลังเคลื่อนเข้าสู่เฟสใหม่อย่างระมัดระวังแต่มั่นคง โดยมีการคลายความไม่แน่นอนด้านกำกับดูแล และการกลับเข้ามาของเงินทุนจากภาคทุนร่วมเสี่ยง (venture capital) ซึ่งกำลังปูพื้นฐานสู่การเติบโตระยะยาว โดยในไตรมาสแรกของปี 2025 เงิน Venture Capital ที่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดคริปโตอยู่ที่ราว 4.8 พันล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2022 ตัวอย่างเช่น การที่ MGX ลงทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในไบแนนซ์ แสดงให้เห็นถึงความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่ยังคงเข้มข้น
แม้จำนวนการทำธุรกรรมในภาพรวมตลอดไตรมาสจะลดลงเล็กน้อย แต่การที่ 60% ของเงินลงทุนทั้งหมดเกิดขึ้นในไตรมาสแรก ก็สามารถจับต้องได้ถึง ‘การฟื้นตัว’ ของตลาด นอกจากนี้ การควบรวมกิจการก็มีบทบาทในการผลักดันตลาดเข้าสู่ ‘ความเป็นมืออาชีพ’ มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการที่คราเคนเข้าซื้อแพลตฟอร์มเทรดนิญ่าเทรดเดอร์ในมูลค่าราว 1.95 ล้านล้านวอน หรือมูนเพย์เข้าซื้อบริษัทเฮลิโอ มูลค่า 255 พันล้านวอน
อ้างอิงจากรายงานประจำสัปดาห์ของบริษัทโคอินแชร์ส(CoinShares) ตลาดคริปโตที่เคยไหลออกต่อเนื่อง 5 สัปดาห์ กำลังฟื้นตัวด้วยการมีเงินไหลเข้าสุทธิ 644 ล้านดอลลาร์ โดยบิตคอยน์รับบทเป็นผู้นำ ด้วยเงินทุนไหลเข้าสุทธิที่ 724 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียมกลับไหลออกสุทธิ 86 ล้านดอลลาร์ ด้านประเทศที่มีบทบาทสำคัญในกระแสเงินเข้า ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ตามด้วยสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี และฮ่องกง
หลังถ้อยแถลงเรื่องภาษีของทรัมป์ ราคาบิตคอยน์อาจสะดุดลงชั่วคราว แต่ก็ดีดกลับอย่างรวดเร็วและทะลุระดับ 84,700 ดอลลาร์ ในทางกลับกัน ดัชนี S&P500 ลดลงเกือบ 10% และราคาทองคำก็ร่วงลงถึง 5% หากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป ‘บิตคอยน์อาจแตะ 100,000 ดอลลาร์เร็วกว่าที่คาด’ เป็นความเห็นหนึ่งที่เริ่มมีเสียงออกมา
ด้าน จอห์น ดีตัน(John E. Deaton) ทนายความชื่อดัง โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ สูญเสียมูลค่ากว่า 3.25 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว กันนั้น ตลาดคริปโตก็กลับมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง 5.4 พันล้านดอลลาร์” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการย้ายสินทรัพย์ไปยังประเภท 'เสี่ยงสูง' อย่างคริปโตชัดเจน
เม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาด, การลงทุนจากรายใหญ่ที่กลับมา, และการควบรวมเพื่อเพิ่มโครงสร้างตลาด ล้วนเป็นสัญญาณว่า นี่ไม่ใช่แค่การฟื้นตัวระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ ‘วัฏจักรการเติบโตระยะยาว’ ของคริปโต ตลาดเริ่มเคลื่อนสู่ระบบที่มีความเป็นระเบียบและยั่งยืนยิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ความคิดเห็น 0