ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ ในปี 2025 กำลังทวีความรุนแรงขึ้นจากการปะทุของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในปัจจุบัน โดยทอร์สเทน สล็อก(Torsten Slok) นักเศรษฐศาสตร์จากอพอลโล โกลบอล แมเนจเมนท์(Apollo Global Management) เตือนว่า หากสหรัฐฯ ยังคงปรับใช้อัตราภาษีศุลกากรต่อจีนที่สูงถึง 145% ต่อไป ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ของสหรัฐฯ อาจหดตัวลงถึง 4% และเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยติดต่อกันสองไตรมาส
ตามการคาดการณ์ของโพลีมาร์เก็ต(Polymarket) ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2025 อยู่ที่ ‘56%’ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งสัญญาณการลดดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ก็ยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้อนาคตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อยู่ในช่วงเวลาท้าทายอย่างยิ่ง
ผลกระทบจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นเริ่มปรากฏให้เห็นในเศรษฐกิจจริงแล้ว โดยวอลมาร์ต(Walmart) และทาร์เก็ต(Target) ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนห่วงโซ่อุปทาน ‘ค่าภาษีที่สูง’ กำลังทำให้การนำเข้าสินค้ามาสหรัฐฯ เป็นเรื่องยากขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขปริมาณการขนส่งสินค้าที่ลดลงถึง ‘60%’ ความคิดเห็น: ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะนำไปสู่การลดลงของสินค้าคงคลังในตลาด บวกกับโอกาสการจ้างงานที่ลดน้อยลง ซึ่งจะยิ่งกดดันชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภคชาวอเมริกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในภาคการผลิตกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขึ้นภาษี หลายบริษัทต้องเผชิญกับภาวะล้มละลาย และหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ก็มีแนวโน้มว่าธุรกิจขนาดเล็กอีกจำนวนมากจะต้องปิดตัวลง ‘ความเสี่ยงนี้’ กำลังเพิ่มแรงกดดันให้กับเศรษฐกิจในภาพรวม
แม้ว่ายังไม่อาจสรุปได้แน่ชัดว่าสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยโดยสมบูรณ์ในปี 2025 หรือไม่ แต่ก็ชัดเจนว่าสงครามการค้ากับจีนกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมีนัยสำคัญ หาก ‘อัตราภาษีที่สูง’ ยังคงดำเนินต่อไป มีความเป็นไปได้สูงว่าตัวเลขการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะเร่งตัวขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0