*บิตคอยน์(BTC)* เผชิญกับแรงกดดันด้านราคาหนักในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหลายด้านร่วมกันสร้างแรงขายในตลาด ทั้งจากแรงเทขายเพื่อทำกำไร ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และท่าทีของนักลงทุนรายใหญ่ที่พากันถอนทุนออกจากสินทรัพย์ดิจิทัล
ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม บิตคอยน์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ *123,000 ดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 1.7 ล้านบาท) สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงของราคาได้นำไปสู่การเทขายเพื่อเก็บกำไร โดยเฉพาะในหมู่ ‘นักลงทุนสถาบัน’ และนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ราคาบิตคอยน์ร่วงลงเกือบ 8% แตะระดับ *112,000 ดอลลาร์สหรัฐ* (ราว 1.56 ล้านบาท) ภายในช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์
หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาด คือการขายบิตคอยน์ครั้งใหญ่โดย *กาแล็กซี ดิจิทัล* ซึ่งเทขายบิตคอยน์ถึงกว่า *80,000 เหรียญ* ผ่านพอร์ตของลูกค้า คิดเป็นมูลค่าราว *9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 12.5 ล้านล้านบาท) ทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดลดลงอย่างมากในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้าน *ETF บิตคอยน์แบบถือจริง* แม้จะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าในช่วงก่อนหน้านั้น แต่กลับมีการถอนทุนกว่า *920 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ราว 1.27 ล้านล้านบาท) ภายในสองวันสุดท้ายของเดือน ซึ่ง *คริปโตควอนต์(CryptoQuant)* ให้ความเห็นว่า ความไม่ต่อเนื่องของกระแสเงิน ETF และการขาดแคลนนักลงทุนรายใหม่ที่พร้อมดูดซับแรงขายคือปัจจัยที่ทำให้ความผันผวนรุนแรงขึ้น
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็มีอิทธิพลไม่น้อย แม้ว่า *ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)* จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ได้ออกมาเรียกร้องให้ *เจอโรม พาวเวลล์(Jerome Powell)* ลดดอกเบี้ย ซึ่งสร้างความไม่ชัดเจนให้กับนโยบายการเงินในช่วงเวลานี้ *GDP ของสหรัฐฯ* ขยายตัว 3% แต่จุดยืนแบบระมัดระวังของ Fed ถูกมองว่าไม่เป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต
สำหรับแนวโน้มตลาด จากข้อมูลของแพลตฟอร์ม *โคอิ้งกลาส(Coinglass)* บ่งชี้ว่ามีแนวรับที่แข็งแกร่งบริเวณ *120,000 ดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 1.66 ล้านบาท) ขณะที่นักวิเคราะห์ *มิกาเอล ฟาน เดอ โปเป(Michaël van de Poppe)* แสดงความเห็นว่า บิตคอยน์ยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ยังมีโอกาสที่ราคาจะกลับมาทดสอบระดับ *110,000–112,000 ดอลลาร์สหรัฐ* อีกครั้ง ในอีกด้าน *โรเบิร์ต คิโยซากิ(Robert Kiyosaki)* ผู้เขียนหนังสือ ‘พ่อรวยสอนลูก’ กลับมองว่า บิตคอยน์อาจถอยลงสู่ระดับ *90,000 ดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ 1.25 ล้านบาท) จากผลของฤดูกาลในเดือนสิงหาคม
ตลาดยังอยู่ในช่วง ‘รอยต่อ’ ที่สัญญาณขาขึ้นและขาลงยังไม่ชัดเจน แต่ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะสั้น ได้แก่ การเคลื่อนไหวของกองทุน ETF, สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค และบทบาทของ ‘ทรัมป์’ ซึ่งล้วนแต่สามารถชี้นำทิศทางราคาบิตคอยน์ได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงต่อไป
ความคิดเห็น 0