สำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งสหราชอาณาจักร (FCA) ได้ปลดล็อกการห้ามซื้อขายพันธบัตรดัชนีสกุลเงินดิจิทัล (cETN) สำหรับนักลงทุนรายบุคคล ส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายสำคัญของตลาดในวันที่ 14 มิถุนายน (เวลาท้องถิ่น) โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหราชอาณาจักรในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของสินทรัพย์ดิจิทัล และได้รับการมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการ *สอดรับกับตลาดคริปโตระดับโลก*
FCA ระบุว่าการตัดสินใจในครั้งนี้เกิดจากการประเมินใหม่หลังจากที่ได้ห้ามนักลงทุนรายย่อยทำธุรกรรม cETN ตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 โดยให้เหตุผลในตอนนั้นว่า *“มีความผันผวนสูง”* และ *“ไม่มีความต้องการลงทุนอย่างมีเหตุผล”* แต่ปัจจุบัน FCA ชี้ว่าตลาดมีความ ‘สุกงอมมากขึ้น’ ผู้คนมี ‘ความเข้าใจที่ดีขึ้น’ และ ‘เครื่องมือบริหารความเสี่ยงก็พัฒนาได้ไกลกว่าเดิม’ จึงเห็นควรผ่อนคลายมาตรการเดิม
เจ้าหน้าที่ของ FCA รายหนึ่งกล่าวว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับคริปโตมีพัฒนาการที่เห็นได้ชัด และความเข้าใจของนักลงทุนเองก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ” พร้อมระบุว่า “นี่ไม่ใช่แค่นโยบายใหม่ แต่คือการส่งสัญญาณว่า FCA จะปรับทิศทางการกำกับดูแลให้ทันยุคสมัย”
จากฝั่งอุตสาหกรรมคริปโต การยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าวถูกมองว่าเป็น *ความคืบหน้าเชิงบวก* หลายฝ่ายประเมินว่าการเคลื่อนไหวนี้อาจสร้างแรงกระเพื่อมให้สหราชอาณาจักรมี *ศักยภาพการแข่งขันในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่สูงขึ้น* โฆษกบริษัทด้านการลงทุนบล็อกเชนรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “นี่ไม่ใช่การผ่อนคลายกฎลอยๆ แต่เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังดำเนินการด้วยหลักการ ‘คุ้มครองนักลงทุน’ พร้อมกับเปิดพื้นที่ให้ระบบนิเวศน์การเงินดิจิทัลเติบโตไปด้วยกัน”
ขณะที่บางฝ่ายแสดงความไม่มั่นใจ โดยเฉพาะต่อท่าทีของหน่วยงานรัฐที่ถูกมองว่าเปลี่ยนแปลงบ่อย คนในวงการรายหนึ่งถึงกับแซวว่า “ตอนนี้ FCA ดูจะสนใจกระแสมากกว่าการกำกับตรวจสอบเสียอีก”
บทสรุปของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ *กรอบแนวทางกำกับดูแลทั่วโลกต่อคริปโตเคอร์เรนซีเริ่มขยับเขยื้อนรวดเร็วขึ้น* โดยสหราชอาณาจักรเลือกขับเคลื่อนด้วยการเน้นให้ตลาดเข้าถึงได้มากขึ้น บนพื้นฐานของความรู้ และมาตรฐานการประเมินตนเอง ผู้เชี่ยวชาญบางรายยังประเมินว่า ทิศทางใหม่นี้ของ FCA อาจส่งผลต่อแนวทางของประเทศอื่นๆ ในยุโรปอีกด้วย
ความคิดเห็น 0