กรุงปานามากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างเป็นทางการในการนำ *บิตคอยน์(BTC)* มาใช้เป็นช่องทางลดค่าผ่านทาง *คลองปานามา* โดยนายกเทศมนตรีของกรุงปานามา มายเออร์ มิซราชี(Mayer Mizrachi) กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) ว่า ข้อเสนอนี้เป็น “ไอเดียที่ยอดเยี่ยม” และหวังว่าทางการคลองปานามาจะรับแนวคิดนี้ไปพิจารณา
แนวคิดนี้ถูกพูดถึงครั้งแรกโดย แม็กซ์ ไคเซอร์(Max Keiser) ที่ปรึกษาด้านบิตคอยน์แก่ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเลของเอลซัลวาดอร์ ไคเซอร์ระบุว่า คลองปานามาสร้างรายได้ราว 5 พันล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 6.95 แสนล้านวอน) หากสามารถเปลี่ยนบางส่วนของรายได้ให้เป็นการชำระผ่านบิตคอยน์ได้ ก็อาจสร้าง *ทุนสำรองบิตคอยน์เชิงยุทธศาสตร์* ให้แก่ประเทศได้ในระยะยาว
คลองปานามานับเป็นหนึ่งในเส้นทางการค้าทางทะเลที่มีความสำคัญระดับโลก โดยมีเรือเดินสมุทรเฉลี่ยปีละ 13,000 ถึง 14,000 ลำผ่านเส้นทางนี้ ความพยายามที่จะแปรรูปการรับจ่ายค่าผ่านทางด้วยบิตคอยน์จึงเป็นหนึ่งในก้าวย่างเชิงกลยุทธ์ที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
รัฐบาลปานามาเองก็มีท่าทีที่เป็นมิตรต่อภาคสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเมื่อต้นปีนี้ได้ผ่าน *กฎหมายว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล* ที่รับรองการชำระด้วยคริปโตฯ แบบสมัครใจ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตแก่ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล(VASP) พร้อมข้อบังคับในการปฏิบัติตามมาตรการทางการเงินระดับสากล ซึ่งสะท้อนว่า *ปานามากำลังเดินหน้าสู่การเป็นระบบนิเวศการเงินดิจิทัลอย่างจริงจัง*
นโยบายลดค่าธรรมเนียมผ่านทางด้วยบิตคอยน์อาจมีผลมากกว่าการเพิ่มทางเลือกในการชำระเงิน เพราะยังช่วยผลักดันให้ปานามา *ยกระดับเป็นศูนย์กลางบล็อกเชนระดับโลก* ได้ในอนาคต นอกจากนี้ ไคเซอร์ยังมองว่าหากนโยบายนี้มีผลจริง อาจกระตุ้นให้ *บริษัทเดินเรือนานาชาติหันมาถือครองบิตคอยน์มากขึ้น* ซึ่งหมายถึงการกระจายพอร์ตทุนสำรองของชาติให้อิงกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้ด้วย
ท้ายที่สุด การนำบิตคอยน์มาใช้เพื่อลดค่าผ่านทาง อาจช่วยบรรลุสามเป้าหมายหลัก ได้แก่ *การเพิ่มรายได้ของรัฐ* *การสร้างฐานเงินคริปโตฯ ภายในประเทศ* และ *การเปิดเศรษฐกิจสู่เวทีนานาชาติ* อุตสาหกรรมต่างจับตาว่า รัฐบาลปานามาจะเดินหน้าทางกฎหมายและนโยบายในประเด็นนี้อย่างไรต่อไป
ความคิดเห็น 0