อีเธอเรียม(ETH) พุ่งแรงเกือบ 200% ภายในเวลาเพียง 4 วัน แตะระดับสูงสุดที่ 4,326 ดอลลาร์ (ประมาณ 6.01 ล้านบาท) กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเป็นที่สนใจแม้แต่ในแวดวงการเงินแบบดั้งเดิม โดยแม้แต่ *ปีเตอร์ แบรนต์(Peter Brandt)* เทรดเดอร์สายอนุรักษ์นิยมชื่อดัง ก็ถึงกับยอมรับว่า "เป็นหนึ่งในกราฟที่ชอบที่สุด" สะท้อนถึงการเปลี่ยนมุมมองของเขาที่มีต่อ ETH
หลังจากทะลุหลัก 4,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 5.56 ล้านบาท) ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 อีเธอเรียมยังคงเร่งขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันซื้อขายใกล้ระดับ 4,190 ดอลลาร์ (ประมาณ 5.82 ล้านบาท) หรือพุ่งขึ้นราว 20% ภายในสัปดาห์เดียว โดยหากเทียบกับราคาต่ำสุดเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ 1,383 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.92 ล้านบาท) ถือว่าอีเธอเรียมพุ่งขึ้นมากถึง 213% ซึ่งหนึ่งในปัจจัยผลักดันสำคัญคือ *การไหลเข้าของเงินทุนในกองทุน ETF อีเธอเรียมแบบสปอต*
ข้อมูลระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปี ETF อีเธอเรียมที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้ารวมแล้วกว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.3 แสนล้านบาท) ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจยังแสดงให้เห็นถึงการนำอีเธอเรียมเข้ารวมในงบดุลเพิ่มขึ้น โดยตัวเลขรวมอยู่ที่ราว 12 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.66 ล้านล้านบาท)
ราคาอีเธอเรียมที่พุ่งขึ้นรอบนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การ ‘เด้ง’ ทางเทคนิค แต่มาจากการยอมรับใน *การใช้งานจริง* ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะจากฝั่ง *นักลงทุนสถาบัน* ที่เริ่มขยับจากบิตคอยน์(BTC) ไปมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในสเตเบิลคอยน์, โทเคนสินทรัพย์จริง และแพลตฟอร์มสมาร์ตคอนแทรกต์ ซึ่งล้วนแต่เป็นจุดแข็งของอีเธอเรียม
แบรนต์ซึ่งเคยเรียกอีเธอเรียมว่า “โทเคนสำหรับบริการที่เสียแล้ว” จนได้รับฉายาว่า ‘ผู้เกลียด ETH’ ยังได้โพสต์กราฟประจำสัปดาห์ของ ETH บนแพลตฟอร์ม X พร้อมชื่นชมกราฟดังกล่าวอย่างชัดเจน เป็นสัญญาณว่าเขากำลัง ‘เปลี่ยนใจ’ กับ ETH อย่างช้า ๆ โดยความเห็นนี้ต่อเนื่องมาจากโพสต์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่เขาระบุว่าแนวรับสำคัญได้ก่อตัวขึ้นแล้ว และหากทะลุได้ จะนำไปสู่ ‘เทรนด์ดวงจันทร์’
การฟื้นตัวของอีเธอเรียมจึงสะท้อนมากกว่าแค่ราคาที่ดีดตัว มันคือกระแสของ *การนำบล็อกเชนมาใช้จริง*, *การกลับมาได้รับความไว้วางใจจากตลาด*, และ *การเข้ามาของเม็ดเงินจากทั้งบริษัทและสถาบัน* ที่ร่วมกันสร้างเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในรอบนี้
ความคิดเห็น 0