ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดกระแสความตื่นตระหนกบน *บีเอ็นบีเชน(BNB)* จากกรณีของโทเคนทดลอง ‘TST’ ซึ่งถูกบางฝ่ายสงสัยว่าเป็น *โปรเจกต์หลอกลวงหรือรูกรัน (Rug Pull)* หลังพบว่ามีการเทขายอย่างฉับพลันจากกระเป๋าเงินที่คาดว่าเป็นของนักพัฒนา อย่างไรก็ตาม จางเผิง เจ้า หรือ 'ซีแซด'(Changpeng Zhao, CZ) ผู้ก่อตั้งไบแนนซ์ ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า TST เป็นเพียง *โทเคนทดสอบเพื่อการศึกษาที่ไม่มีมูลค่าในการซื้อขายจริง*
ต้นตอของเหตุการณ์เริ่มจากกระเป๋าเงินที่มีแนวโน้มว่าเป็นของนักพัฒนา ได้ทำการขายโทเคน TST มูลค่าราว 30,400 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.2 ล้านบาท หลังจากนั้นยอดเงินในกระเป๋าก็เหลือศูนย์ ส่งผลให้ชุมชนผู้ใช้งานในแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) เริ่มตั้งข้อสงสัยว่ากำลังเผชิญกับการหลอกลวงด้านคริปโต ซีแซดออกมาชี้แจงว่า ในความเป็นจริง TST เป็นสมาร์ตคอนแทรกต์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประกอบการถ่ายวิดีโอสื่อการเรียนรู้ของ BNB และไม่มีเป้าหมายในการนำมาเทรดจริงแต่อย่างใด
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า วิดีโอดังกล่าวถูกปรับเป็นแบบ *ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ* และกุญแจส่วนตัว (Private Key) ของกระเป๋าที่ยังอยู่ในขั้นตอนทดลอง ก็ได้ถูกลบไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ชุมชนบางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า มีกระเป๋าอื่นที่ดูเหมือนจะเป็นของนักพัฒนาอีกใบเข้าร่วมขายโทเคนด้วย จุดนี้นำไปสู่ข้อสงสัยว่า private key ดังกล่าวอาจเคยถูกสำรองข้อมูลไว้ หรือยังคงมีคนถือครองอยู่โดยไม่เปิดเผย
ซีแซดเน้นย้ำซ้ำอีกครั้งว่า *TST ไม่ใช่โครงการอย่างเป็นทางการของ BNB เชน* และไม่มีทีมงานหรือบุคลากรจากไบแนนซ์รายใดถือครองหรือเกี่ยวข้องกับโทเคนนี้ ความสับสนที่เกิดขึ้นในตลาด เขาเชื่อว่าเป็นผลจากการที่ผู้ใช้เข้าใจผิดว่า TST เป็นผลิตภัณฑ์ทดลองอย่างเป็นทางการจากไบแนนซ์
กรณีนี้สะท้อนปัญหาหลักของอุตสาหกรรมคริปโต กล่าวคือ ข้อมูลจากบล็อกเชนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุความจริงได้ทั้งหมด ไม่อาจรู้ชัดได้ว่ากระเป๋าใดเป็นของนักพัฒนาจริง หรือเป็นเพียงผู้ถือครองทั่วไป อีกทั้งเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลบนแดชบอร์ดของชุมชนหลายแห่งก็อาจใช้ *ระบบวิเคราะห์อัตโนมัติที่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน*
แม้ว่า TST จะถูกออกแบบมาเพื่อการทดสอบโดยไม่มีจุดประสงค์ให้ซื้อขายจริง แต่การที่ชุมชนให้ความสนใจจนเกิดสภาพคล่องและราคาพุ่งสูงตามมา กลับกลายเป็นบทเรียนที่ชัดเจนในวงการคริปโตอีกครั้ง การขายโทเคนเพียง 4.2 ล้านบาทครั้งนี้ ทำให้เกิดการตื่นตัวถึงความเสี่ยงของ ‘*การลงทุนในมีมโทเคน(Meme Coin)*’ ที่ไม่ได้มีการวางแผนหรือเปิดเผยแนวทางโครงการที่ชัดเจน
ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า โทเคนที่ใช้ในการทดสอบนั้น *เป็นเพียงองค์ประกอบประกอบฉาก* ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการ และนักลงทุนควรพิจารณาโครงสร้างของสมาร์ตคอนแทรกต์ สภาพคล่อง และเป้าหมายของโครงการให้แน่ชัดก่อนเข้าร่วมลงทุน การเทเงินเข้าไปในโทเคนที่สร้างขึ้นโดยไม่มีแผนงานใดๆ ก็ไม่ต่างจากการนั่งเดิมพันที่โต๊ะรูเล็ตในคาสิโนเลยทีเดียว
ความคิดเห็น 0