ดิจิทัล เคอร์เรนซี กรุ๊ป (DCG) บริษัทเงินร่วมลงทุนรายใหญ่ของสหรัฐฯ ดำเนินการฟ้องร้องสองบริษัทในเครือของตนเอง โดยอ้างว่าเกิดความเสียหายทางการเงินจำนวนมากหลังเหตุการณ์ล้มละลายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ด้านคริปโตอย่างทรีแอร์โรวส์แคปิตอล(3AC) เมื่อปี 2022 โดย DCG ระบุว่าบริษัทในเครือดังกล่าวได้รับประโยชน์ทางการเงินอย่างไม่สมเหตุสมผล แต่อีกฝ่ายกลับไม่ชำระเงินคืนตาม ‘สัญญาเงินกู้’ ที่ได้ตกลงไว้
เมื่อวันที่ 6 (เวลาท้องถิ่น) เอกสารที่ถูกยื่นต่อศาลล้มละลายเขตใต้ของนิวยอร์กเผยว่า DCG ได้ยื่นฟ้องบริษัทในเครือสองแห่ง ได้แก่ เจเนซิส โกลบอล แคปิตอล และเจเนซิส เอเชีย แปซิฟิก โดยกล่าวหาว่าหลังเหตุการณ์ล่มสลายของ 3AC บริษัททั้งสองได้รับเงินชดเชยเกินความจำเป็น ส่งผลให้ DCG ต้องขาดทุนสูงถึง *1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 ล้านล้านวอน)* ซึ่งเป็นมูลค่าเดียวกับสัญญาเงินกู้ที่ DCG ใช้อุดรอยรั่วด้านสภาพคล่องของบริษัทในเครือ
ในเอกสารการฟ้องร้องระบุเพิ่มเติมว่า ในเดือนมิถุนายน 2022 DCG ได้ออก ‘สัญญาเงินกู้’ อายุ 10 ปี ให้กับเจเนซิส โกลบอล แคปิตอล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เจเนซิส เอเชีย แปซิฟิก อาจประสบกับ ‘ทุนติดลบ’ อันเป็นผลพวงจากวิกฤตการล้มละลายของ 3AC
อย่างไรก็ตาม DCG ชี้ว่า เจเนซิสกลับไม่ได้รับผลกระทบด้านสภาพคล่องมากเท่าที่คาดไว้ แถมยัง 'สามารถทำกำไรได้หลายร้อยล้านดอลลาร์' ซึ่ง ‘ความคิดเห็น’ ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นหลักของคดีนี้ โดย DCG ย้ำว่าการที่บริษัทในเครือปฏิเสธชำระเงินตามสัญญาจึงถือว่า ‘ฝ่าฝืนข้อผูกพันทางกฎหมาย’
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดภายในกลุ่ม DCG ที่เริ่มขยายตัวสู่ระดับข้อพิพาททางกฎหมาย และแสดงให้เห็นว่า DCG ซึ่งพยายามฟื้นฟูกิจการหลังเหตุ 3AC ได้เข้าสู่ช่วงปรับโครงสร้างภายในอย่างจริงจัง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าเหตุการณ์ล้มละลายของ 3AC เป็นฉากหลังที่เผยให้เห็น ‘จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง’ ในระบบนิเวศของเงินทุนคริปโต บทบาทของ DCG ในการนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงปัญหาทางบัญชี แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ‘ความพยายามฟื้นความน่าเชื่อถือในระดับระบบ’ ของวงการคริปโตอีกด้วย.
ความคิดเห็น 0