ตลาดเกิดความปั่นป่วนเมื่อการซื้อขายผ่านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก(CME) ต้องหยุดพักไปถึงราว 10 ชั่วโมง เนื่องจากเกิด ‘ปัญหาการระบายความร้อน’ ในศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการในรัฐอิลลินอยส์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับนักลงทุนและผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มที่เก็งกำไรกับผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ของคริปโต
เมื่อวันที่ 2 (เวลาท้องถิ่น) CME ประกาศผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการว่า ปัญหาดังกล่าวมาจากระบบทำความเย็นในศูนย์ข้อมูลไซรัสวัน(CyrusOne) ที่ตั้งอยู่ในรัฐอิลลินอยส์ล้มเหลว จนระบบทั้งหมดต้องหยุดทำงานตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดีจนถึงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น รวมระยะเวลาราว 10 ชั่วโมง
กรณีนี้นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น เพราะการหยุดชะงักของตลาดโลกอย่าง CME ไม่ได้เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์หรือข้อผิดพลาดของระบบซอฟต์แวร์ แต่กลับเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ’ ที่ล้มเหลว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อขายอนุพันธ์ทุกประเภทที่จดทะเบียนใน CME รวมถึงบิตคอยน์(BTC) ฟิวเจอร์ส ที่ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอิทธิพลต่อราคาในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม CME ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลสูญหายหรือถูกเจาะระบบในช่วงวิกฤต พร้อมแจ้งว่าได้กลับมาเปิดระบบซื้อขายได้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อเวลา 13:30 น. ตามเวลา UTC วันเดียวกัน และทุกผลิตภัณฑ์สามารถซื้อขายได้ตามปกติ
*ความคิดเห็น* เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่ตลาดดิจิทัลขนาดใหญ่อย่าง CME ก็ยังคง ‘พึ่งพาโครงสร้างทางกายภาพ’ อย่างศูนย์ข้อมูลเป็นหลัก และการล่มของระบบจากปัญหาทางเทคนิคพื้นฐาน เช่น ระบบทำความเย็น สามารถส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจการเงินทั่วโลกได้
*คำ* ที่น่าจับตามองคือ ‘การกระจายศูนย์ของโครงสร้างพื้นฐาน’ และ ‘การทำสำรองข้อมูล’ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดในระยะยาว
นักวิเคราะห์บางส่วนให้ความเห็นว่า การซื้อขายสัญญาบิทคอยน์ฟิวเจอร์สผ่าน CME ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความเคลื่อนไหวของราคาทั่วโลก ดังนั้นเหตุการณ์ในครั้งนี้อาจทำให้ตลาดเกิด ‘ภาวะเชิงลบชั่วคราว’ ต่อความเชื่อมั่นในระบบ และก็ย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความเสถียรของศูนย์ข้อมูล เพื่อป้องกันวิกฤตลักษณะเดียวกันในอนาคต
ความคิดเห็น 0