ทรัมป์เน้นนโยบาย ‘คริปโตเสรี’ ในศึกเลือกตั้งสหรัฐปี 2026 เพิ่มกระแสคาดหวังในตลาด
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเดินหน้าเน้นย้ำจุดยืนเป็นมิตรกับสกุลเงินดิจิทัล ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2026 โดยล่าสุด เขาได้ชูแนวคิด ‘คริปโตเสรี’ ผ่านแคมเปญหาเสียง และเปิดรับการพบปะกับกลุ่มผู้สนับสนุน รวมถึงบริษัทในอุตสาหกรรมคริปโตมากขึ้น
ทรัมป์ส่งสารถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า อุตสาหกรรมคริปโตเป็น ‘อนาคตของกลไกตลาดเสรี’ พร้อมประกาศจุดยืนให้ความสำคัญกับ ‘นวัตกรรม’ มากกว่าการกำกับดูแล โดยเขาเชื่อว่า สหรัฐควรเป็นประเทศผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโต และได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไบเดนว่ามีนโยบายที่ไม่ชัดเจน จนอาจบั่นทอนนวัตกรรมของอเมริกา
ในแนวทางดังกล่าว แคมเปญของทรัมป์จึงได้เริ่มเพิ่มการติดต่อกับทั้งบริษัทขุดบิตคอยน์(BTC) และบริษัทด้านการชำระเงินด้วยคริปโต ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าอาจเปิดรับเงินสนับสนุนแคมเปญผ่านคริปโตในระยะต่อไป
ท่าทีของทรัมป์ได้รับการต้อนรับจากอุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะจากกลุ่มนักลงทุนร่วมทุน (VC) และบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตที่กำลังไม่พอใจกับความไม่แน่นอนทางนโยบายในปัจจุบัน หนึ่งในผู้บริหารบริษัทโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนกล่าวว่า “สิ่งที่เห็นได้ชัดคือนโยบายของทรัมป์ครั้งนี้ แตกต่างจากตอนเขาดำรงตำแหน่งเดิม โดยเขากลับมาพร้อมกับท่าทีเปิดรับคริปโตมากยิ่งขึ้น”
ด้านผู้บริหารจากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กระบุว่า “เส้นทางของตลาดอาจเปลี่ยนแปลงได้มากจากผลการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหากทรัมป์ชนะ เราอาจเห็นการอนุมัติบิตคอยน์ ETF แบบสปอตเร็วขึ้น รวมถึงมาตรการทางภาษีที่เอื้อต่อคริปโตมากขึ้น”
การเมืองในสหรัฐเริ่มกลายเป็นปัจจัยแปรผันสำคัญในตลาดคริปโต โดยราคาของอีเธอเรียม(ETH), โซลานา(SOL) และสกุลเงินหลักอื่น ๆ เริ่มตอบสนองไวต่อแนวทางของทรัมป์ที่ช่วงชิงเสียงสนับสนุนจากกลุ่มโปรคริปโต อีกทั้งนักเก็งกำไรบางกลุ่มยังประเมินว่า หากโอกาสที่ทรัมป์กลับมาสูงขึ้น หุ้นกลุ่มคริปโตอาจได้รับแรงซื้อเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ
การผนวกกันระหว่างประเด็นทางการเมืองและสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงทวีความเข้มข้น หลายฝ่ายจึงเริ่มเห็นว่า ‘ธีมทรัมป์’ อาจกลายเป็นแรงกระตุ้นใหม่สำหรับราคาคริปโตและความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
‘คริปโตเสรี’ กลายเป็นหนึ่งในคีย์เวิร์ดสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางนโยบายของสหรัฐในปี 2026 โดยเฉพาะในยามที่ตลาดกำลังมองหาความชัดเจนจากรัฐบาลเกี่ยวกับทิศทางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ความ “คาดหวัง” จากฝั่งนักลงทุนต่อการเปลี่ยนแปลงของผู้นำจึงยิ่งสูงขึ้นกว่าที่เคย
ความคิดเห็น 0