เซฟพาล(SafePal) กระเป๋าเงินสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไม่ใช่ผู้ควบคุม (non-custodial wallet) เปิดตัวบริการใหม่ร่วมกับโปรโตคอลกู้ยืมแบบกระจายศูนย์อย่าง มอร์โฟ(Morpho) เพื่อให้ผู้ถือครองสเตเบิลคอยน์สามารถรับ 'ผลตอบแทน' ได้เพียงแค่ถือครอง โดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการถือครองสินทรัพย์ในระยะยาว
ตามรายงานของ SafePal เมื่อวันที่ 24 การร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยสองส่วนหลัก โดยส่วนแรกคือการผนวกรวมฟีเจอร์ ‘Morpho Vaults’ เข้ากับแอป SafePal เวอร์ชันใหม่ล่าสุด (V4.10.6) ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ ‘Earn’ เพื่อวางเงินฝากในรูปแบบของ USDC และ USDT แล้วรับผลตอบแทนในระบบ โดยฟีเจอร์นี้รองรับเครือข่าย อีเธอเรียม(ETH), เบส(Base) และ อาร์บิทรัม(ARB)
การจัดการและดูแล vault ดังกล่าวมีบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน DeFi อย่าง สเต๊กเฮาส์(Steakhouse) และกอนต์เลต(Gauntlet) เข้ามาทำหน้าที่เป็นพันธมิตรคิวเรชัน โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท ‘บลูชิพ’ หรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่มีเสถียรภาพ ผู้ใช้งานจึงสามารถฝากสเตเบิลคอยน์เพื่อรับผลตอบแทนที่มีการปรับความเสี่ยงไว้อย่างเหมาะสม
พอล แฟรมบอท(Paul Frambot) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโปรโตคอล Morpho ระบุว่า "สเตเบิลคอยน์ไม่จำเป็นต้องอยู่นิ่งๆ ในกระเป๋าเท่านั้น เรายึดหลักการแบบไม่ใช้ผู้ควบคุม(on-chain, non-custodial) และเน้นความโปร่งใส เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายได้โดยไร้ข้อกังวล"
อีกหนึ่งจุดเด่นของความร่วมมือครั้งนี้คือแคมเปญ ‘WalletDrop’ ซึ่งชวนให้ผู้ใช้ฝากสเตเบิลคอยน์ USDC หรือ USDT ผ่านฟีเจอร์ Morpho Vaults ในแอป SafePal เพื่อร่วมลุ้นรับ ‘กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์รุ่นลิมิเต็ด’ ถึง 500 รางวัล รุ่นที่แจกคือ SafePal X1 Edition ซึ่งเป็นกระเป๋าเงินแบบโอเพนซอร์สพร้อมบลูทูธในตัว
เซฟพาลและมอร์โฟย้ำว่ากิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านความปลอดภัยของผู้ใช้งานและส่งเสริมการเก็บรักษาทรัพย์สินในระยะยาวด้วยตนเอง (self-custody) ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับกระเป๋ารุ่นพิเศษยังจะได้รับสิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น ‘ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น’ จากการใช้งานในระบบ Earn
ด้านความปลอดภัยถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักของโครงการนี้ โดยเซฟพาลได้อัปเกรดชิปความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตจากระดับ EAL5+ ไปเป็น EAL6+ พร้อมปรับปรุงระบบคำนวณผลตอบแทน(Farming/Earn) ให้มีความแม่นยำและปลอดภัยสูงขึ้น เวโรนิกา หว่อง(Veronica Wong) ซีอีโอ SafePal ให้ความเห็นว่า "เหตุการณ์การแฮกที่อัปบิต(Uphit) ซึ่งทำให้สูญเงินกว่า 3,600 ล้านวอน (ราว 523 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าการใช้ Cold Wallet ยังมีอยู่ในระดับต่ำ และ WalletDrop นี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการลงทุนไปพร้อมกับรักษาความปลอดภัยในระยะยาว"
ปัจจุบัน SafePal มีผู้ใช้งานกว่า 25 ล้านราย และรองรับบล็อกเชนมากถึง 200 เครือข่าย รวมถึงรูปแบบกระเป๋าฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และขยายได้ผ่านเบราว์เซอร์ ขณะที่ Morpho ดำเนินงานในฐานะแพลตฟอร์มกู้ยืมแบบเปิด (open lending infrastructure) ซึ่งบริหารสินทรัพย์ภายใต้การดูแลมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 14.5 ล้านล้านวอน) และเปิดให้องค์กรต่างๆ สร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงินของตนเองได้อย่างอิสระ
ความคิดเห็น 0